การวิเคราะห์ระบบนิเวศน์และสังคมเกษตรกร

ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

นายสำราญ      สะรุโณ                นายครรชิต  สืบชนะ          นายฐิติกร กัณฐตุริต

นายฤกษ์ชัย      ช่วยมั่ง               ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์   หมวดเมือง        นายอำมร    อินนุรักษ์

-------------------------

บทนำ

 

                การก้าวพ้นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากสังคมดั้งเดิมไปสู่สังคมใหม่ที่ก้าวหน้าขึ้นของเกษตรกรไทย เริ่มจากการปรับเปลี่ยนความคิดในการผลิตแบบเพื่อบริโภคเป็นการผลิตเพื่อหารายได้สำหรับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีตามยุคสมัยของการพัฒนาเมืองและประเทศ  นับตั้งแต่ไทยเปิดประตูการค้ากับต่างประเทศเมื่อปี พ.ศ.2398 ตามสนธิสัญเบาว์ริ่ง ขั้นตอนของการพัฒนาเกษตรไทยปรับจากเกษตรดั้งเดิมที่ใช้คน เป็นแรงงานสัตว์และเครื่องจักร   จากวิธีการผลิตอย่างง่ายเป็นแบบประณีตและมีขั้นตอน ใช้วัสดุที่ผลิตจากอุตสาหกรรมแทนวัสดุที่เคยหาได้ในท้องถิ่น การผ่านขั้นตอนของการปฏิวัติการเกษตรของไทยได้เกิดขึ้นพร้อมๆกันระหว่างการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต  ระบบสังคม ความคิด และสถาบัน

                การดำรงชีวิตในวิถีของสังคมเกษตรไทยในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ประการแรกคือระบบสังคมมนุษย์ประกอบด้วยโครงสร้างของประชากรที่มีหน้าที่หลากหลาย ความคิด ค่านิยมของคนแสวงหาผลประโยชน์ของตัวมากกว่าสาธารณะ   เทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ เข้ามามีส่วนในการกำหนดวิธีการตัดสินใจ และ นโยบายภาครัฐมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางการเลือกวิธีทำการเกษตร  ประการที่สองระบบนิเวศน์ขาดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต    สภาพภูมิอากาศแปร

ปรวน สภาพภูมิประเทศมีความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ดินขาดความอุดมสมบูรณ์  นอกจากนั้นระบบสังคมเกษตรยังได้รับความกดดันจากระบบการตลาดเสรีที่ขึ้นอยู่กับอำนาจทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ

                การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดของเกษตรกรจากอดีตจนถึงปัจจุบันกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนัก  เพราะยังไม่สามารถทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในวิถีการดำรงชีพ  ปัญหาการเคลื่อนย้ายออกจากภาคเกษตรอย่างถาวร  การผลิตที่ไม่ยั่งยืน และค่านิยมที่ต่ำต้อยยังปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสังคมเกษตรเป็นสังคมที่มีความเด่นในด้านการรักษาเสถียรภาพของระบบ พลังการผลิตของครัวเรือนมีสูง และไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสังคมและเศรษฐกิจไทยนั้น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และการเติบโตของภาคอื่นๆ ส่วนหนึ่งมาจากภาคการเกษตรโดยตรง   ซึ่งพลังการผลิตที่เป็นฐานเติบโตและกระบวนการพัฒนาในแต่ละกลุ่มนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรค่าแก่การศึกษาเพื่อประมวลเป็นองค์ความรู้ในการนำไปปรับใช้ในกรณีต่างๆต่อไป

 

ทฤษฎี/แนวคิด ที่นำมาใช้เป็นกรอบในการศึกษา

แนวคิดว่าด้วยมนุษย์นิเวศวิทยา(Human ecology)

หลักการ

1.             ศึกษาเกี่ยวกับระบบย่อย 2 ระบบ คือระบบสังคมมนุษย์ และระบบนิเวศน์

2.             แต่ละระบบย่อยประกอบด้วยโครงสร้างภายในที่มีการกระทำต่อกันคือ            

-ระบบสังคมมนุษย์ ประกอบด้วย ประชากร สถาบัน มโนคติ และเทคโนโลยี

-ระบบนิเวศน์          ประกอบด้วยดิน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศและสิ่งมีชีวิต

3.             การกระทำของระบบย่อยระบบหนึ่งจะมีผลต่อระบบอีกระบบหนึ่ง

4.             ระบบนี้จะมีการไหลเวียนของ พลังงาน สสาร และข่าวสาร

5.              ระบบมีพลวัตทำให้เกิดวิวัฒนาการ การเปลี่ยนแปลง และการปรับตัว

6.             ลักษณะของระบบอธิบายด้วยคุณสมบัติคือผลิตภาพ เสถียรภาพ ถาวรภาพและ

ความเสมอภาค

แนวคิดว่าด้วยระบบสังคมเกษตร(Agrarian system)

หลักการ

1.             การพัฒนาการเกษตรเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอันเกิดจากกระบวนการผลิตทางการเกษตร

2.             ระบบที่ปรับเปลี่ยนจะตอบสนองต่อความต้องการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งและจะอยู่ไปจนกว่าจะถึงจุดจำกัดของระบบนั้นๆ

3.             การเปลี่ยนแปลงไปถึงจุดจำกัดถ้าสามารถเปลี่ยนทั้งความสัมพันธ์ในการทำงาน การแลกเปลี่ยน ความคิด และเปลี่ยนสถาบันจะเกิดเป็นการปฏิวัติเป็นสังคมใหม่ ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนได้จะเป็นวิกฤตการณ์ทางการเกษตร

4.             การไม่เสมอภาคทางการพัฒนาการเกษตรเกิดจากการสะสมทุนของฟาร์มประเภทหนึ่งเป็นวิกฤตของฟาร์มอีกประเภทหนึ่ง  การพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกัน และการได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ

5.             ลักษณะการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อม  เครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุชีวภาพ เงื่อนไขการทำงาน และความพอใจในความต้องการทางสังคม

6.             การวินิจฉัยปัญหาทางการเกษตรจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกระบวนการการปรับเปลี่ยนและเงื่อนไขต่างๆในการเปลี่ยนระบบ

7.             การวิเคราะห์กระบวนการผลิตประกอบด้วยการวิเคราะห์ขั้นตอนเทคนิค ระบบการปลูกพืชและ ระบบการทำฟาร์ม 

 

วิธีการและขั้นตอนการศึกษา

1.              การรวบรวมข้อมูลมือสอง

รวบรวมข้อมูลมือสองจากแหล่งต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานเกษตรอำเภอ พัฒนาการอำเภอ อบต. ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี หมู่บ้าน และอื่นๆ

2.              การสรุป  วิเคราะห์ข้อมูลมือสอง

นำข้อมูลมือสองมาจัดแบ่งประเภท แยกแยะ จัดหมวดหมู่ และหาความสัมพันธ์ของข้อมูล และสรุปภาพรวมของข้อมูลตามประเภทของข้อมูล

3.              แบ่งเขตนิเวศน์ตามระบบการทำฟาร์ม 

จัดแบ่งประเภทฟาร์มตามลักษณะการทำการเกษตรโดยอาศัยข้อมูลมือสองมาแบ่งกลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มต่างๆพร้อมอธิบายลักษณะเฉพาะในแต่ละเขต

4.              ทำภาพตัดขวาง(transect)

นำข้อมูลลักษณะการปกครอง ภูมิประเทศ การใช้ที่ดิน และข้อมูลการแบ่งเขตนิเวศน์มาเขียนเป็นภาพตัดขวางพร้อมอธิบายลักษณะเปรียบเทียบ

5.              การสำรวจสภาพพื้นที่เบื้องต้น ประกอบด้วยการจัดทำแผนที่  การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ(Key-informant)  และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง(Semi-structured)

ตั้งประเด็นคำถามตามหลักทฤษฎีที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบสังคมเกษตรในเขตนิเวศน์ที่กำหนด(กรณีตัวอย่าง เขตที่มียางพาราเป็นพืชหลัก) มีแนวการสร้างคำถามดังนี้

โครงสร้างของระบบ  ส่วนประกอบ สถานการณ์  การใช้ประโยชน์       และการ

กระจายของดิน น้ำ ภูมิประเทศ พืช สัตว์ ประชากรที่อยู่อาศัย สถาบันท้องถิ่น กลุ่ม

พลวัตของระบบ วิวัฒนาการ ก่อนปี 2500  ช่วงปี2500-ช่วงราคายางพาราตกต่ำ ช่วงราคายางพาราต่ำ-ปัจจุบันด้าน การตั้งถิ่นฐาน การประกอบอาชีพ วิธีการทำการเกษตรเทคโนโลยีการ เตรียมดิน พันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี การเก็บเกี่ยว การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(วิกฤต) การเปลี่ยนแปลงชนิดพืชสัตว์

การเปลี่ยนแปลงตามช่วงระยะเวลาแต่ละเดือนในรอบปี   ปฏิทินการใช้แรงงาน การจัดระบบการปลูกพืช  การกระจายของฝน น้ำชลประทาน  ราคาผลผลิตยางพารา ผลผลิตยางพารา รายได้

การกระทำ และความสัมพันธ์ของการกระทำในระบบ กิจกรรมของชุมชน  ครัวเรือน บุคคลเทคโนโลยีวิธีการปฏิบัติ ภูมิปัญญา การจัดการผลิตยางพารา ข้าวไม้ผลไม้ยืนต้น พืชไร่พืชผัก การจัดระบบการปลูกพืช สัตว์ การจัดการดิน การจัดการน้ำ

หน้าที่หรือการไหล   การตลาด วิถีการตลาดผลผลิต  การเคลื่อนย้ายแรงงาน เงินทุน เงินออม  สินเชื่อ  เครื่องมือ วัสดุการเกษตร ความรู้ การปกครอง ค่านิยม วัฒนธรรม

คุณสมบัติของระบบ   รอบ 5 ปี ผลผลิตยางพารา รายได้ยางพารา รายได้ต่างๆแยกตามประเภท รายได้รวมเสถียรภาพของระบบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ผลกระทบรายได้รวม ต่อปี การกระจายการใช้ประโยชน์ทรัพยากรสาธารณะ กองทุน การกระจายผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ  การให้บริการ การสนับสนุน จากรัฐ

6.              การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง(structured)

เก็บข้อมูลระบบการทำฟาร์มโดยการสัมภาษณ์เกษตรกรตัวแทนในแต่ละเขตนิเวศน์ด้วยแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง

7.              สรุป วิเคราะห์ผลการสำรวจข้อมูล

นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาสรุป และวิเคราะห์ระบบการทำฟาร์มและระบบสังคมเกษตรโดยใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลแบบการสรุปภาพรวม การจำแนกประเภทฟาร์มและลักษณะของฟาร์ม  การเปรียบเทียบผลิตภาพของฟาร์ม

 

สรุปผลการศึกษาข้อมูลมือสอง

สรุปสภาพทั่วไป ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

1.            สรุปข้อมูลทางกายภาพ

ที่ตั้ง                ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสงขลา

ไปทางทิศใต้ 21 กม. ตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 (สงขลา-จะนะ) มีอาณาเขตติดต่อกับ อำเภอจะนะทางทิศใต้และทิศตะวันออก ส่วนทิศเหนือและทิศตะวันตกติดต่อกับ ตำบลเกาะแต้ว และ ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา การปกครองแบ่งออกเป็น 9 หมู่บ้าน 2,201 ครัวเรือน ประชากร 9,994 คน นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 90

ลักษณะพื้นที่        เป็นที่ดอนล้อมรอบด้วยภูเขา (ความลาดชัน 12-35 %)และ เนินเขาเล็กๆ

เกือบทั้งพื้นที่(ความลาดชัน 2-12%) โดยมีที่ราบบริเวณตอนกลางและด้านตะวันออกของพื้นที่     ลักษณะดิน           ประกอบด้วยดิน กลุ่มต่างๆรวม 10 กลุ่ม โดยลักษณะดินแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ดังนี้

 กลุ่มดินร่วนปนทราย ครอบคลุมอาณาเขตประมาณ ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะด้านตะวันตกของพื้นที่ ดินมีสีน้ำตาล สีเหลือง สีแดง หรือสีเทา มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ค่าความเป็นกรด 4.5-5.5 ใช้เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา และบางส่วนเป็นพื้นที่ปลูกข้าว   

กลุ่มดินเหนียว  ครอบคลุมอาณาเขตประมาณร้อยละ 15 ของพื้นที่ กระจายอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกในแนวเหนือใต้และบางส่วนของทางใต้ของพื้นที่  ดินมีสีเทา มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ค่าความเป็นกรด 4.5-5.5  ใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 

กลุ่มดินทราย ครอบคลุมอาณาเขตประมาณร้อยละ 15 ของพื้นที่ กระจายอยู่บริเวณด้านตะวันออก และบางส่วนของตอนกลางพื้นที่  ดินมีสีน้ำตาล ความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก ใช้เป็นพื้นที่ ปลูกมะพร้าว ทุ่งหญ้า หรือป่าเสม็ด

        แหล่งน้ำ                อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ประมาณ 2,000 มิลลิเมตร/ปี มี

ลำคลองธรรมชาติ สระเก็บน้ำ บ่อน้ำตื้น และบ่อบาดาล แต่ใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้น้อย

พื้นที่      ทั้งหมด19,443 ไร่ หรือเฉลี่ย 8.8 ไร่/ครัวเรือน เป็นพื้นที่ทำการเกษตร 14,378 ไร่

หรือเฉลี่ย 6.5 ไร่/ครัวเรือน  แบ่งเป็นพื้นที่ นา ยางพารา ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ 3,520 , 3,746 , 2,869 , 3,300 และ943 ไร่ ตามลำดับ

2.            การแบ่งเขตนิเวศน์เกษตร(Zoning)

การแบ่งเขตนิเวศน์เกษตรตามระบบการทำฟาร์ม สามารถแบ่งได้ 3 เขต ดังนี้

                        เขตนิเวศน์เกษตรที่มียางพาราเป็นพืชหลัก (Para rubber based agro-ecosystem zone)           ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางด้านตะวันตกของพื้นที่ บริเวณ หมู่ที่ 6 และ 7 เป็นเขตบริเวณที่เชิงเขาหรือที่ดอน มีความความลาดชันของพื้นที่ 5-20 % ดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบบการทำฟาร์มในพื้นที่มียางพาราเป็นพืชหลัก ไม้ผลไม้ยืนต้นเป็นพืชรอง

                        เขตนิเวศน์เกษตรที่มี ยางพารา-ข้าวเป็นพืชหลัก (Para rubber - Rice based agro-ecosystem zone) ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนกลางของพื้นที่ บริเวณหมู่ที่ 1,4,5และ8 เป็นเขตพื้นที่ดอนสลับที่ลุ่ม ความลาดชันพื้นที่ 0-5 % ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายและมีดินเหนียวบ้างเป็นบางส่วน ระบบการทำฟาร์มในพื้นที่มีพืชหลักคือยางพาราและข้าว พืชรองได้แก่ไม้ผล และพืชไร่พืชผัก

                        เขตนิเวศน์เกษตรผสมผสาน หรือ ข้าว-ยางพารา-ทุ่งหญ้า-ป่าเสม็ด (Rice –para rubber-pasture - cajuput  agro-ecosystem zone) ครอบคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกทั้งหมด บริเวณหมู่ที่ 9 และบางส่วนของหมู่ที่2 และ3 เป็นเขตที่ราบลุ่ม ดินเป็นดินทราย หรือร่วนปนทราย ระบบการทำฟาร์มเป็นแบบผสมผสาน ข้าว ยางพารา เลี้ยงโค ไม้ผล และไม้ยืนต้น

 

3. ภาพตัดขวางพื้นที่ ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา

 

 

 

 

 

 

 


                Zone 1                    zone 2                         zone 3                  

ระบบ       ยางพาราเป็นพืชหลัก      ยางพารา-ข้าว                       ยางพารา-ข้าว-ทุ่งหญ้า-ป่าเสม็ด

สภาพพื้นที่

เชิงเขา-ที่ดอน

Slope 5-20 %

ที่ดอน-ราบ

Slope 0-5 %

ที่ราบลุ่ม-ลุ่ม

ดิน

ร่วนปนทราย

ร่วนปนทราย