กระบวนการปรับปรุงการผลิตเพื่อการดำรงชีพอย่างยั่งยืนของเกษตรกรที่ทำนา

เป็นอาชีพหลัก พื้นที่บ้านพรวน ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

สำราญ   สะรุโณ

.................................................

บทคัดย่อ

 

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทำความเข้าใจระบบการผลิต  กระบวนการในการปรับปรุงการผลิตและปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนของเกษตรกรที่ทำนาเป็นอาชีพหลัก  โดยใช้แนวความคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน (sustainable livelihoods)เป็นกรอบความคิดหลัก การศึกษาใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์ตามแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและมีโครงสร้างจากตัวอย่างเกษตรกรจำนวน 50 ราย

            ผลการวิจัยพบว่า ดั้งเดิมเกษตรกรใช้ยุทธ์วิธีการดำรงชีพ ด้วยการผลิตการเกษตรขนาดเล็กและหลากหลาย มีกิจกรรมการผลิตการเกษตรเฉลี่ย 5-6 กิจกรรม   กระบวนการปรับปรุงการผลิตเกิดขึ้นโดยมีลำดับขั้นตอนคือ ระบบการผลิตได้รับผลกระทบ  เกษตรกรเลือกยุทธ์วิธีการปรับปรุง  การปรับปรุงการผลิต  ประเมินผลการปรับปรุงการผลิต  และดำเนินการผลิตตามระบบใหม่       โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตมีทั้งปัจจัยทางลบและทางบวก ทำให้ระบบการผลิตเสียหายหรือจำเป็นต้องปรับปรุงการผลิตเพื่อให้เกิดความเหมาะสม คือ ปัจจัยด้านบริบทของความอ่อนแอและไม่แน่นอน (vulnerability  context) ได้แก่ การเกิดภาวะน้ำท่วม ฝนแล้ง การเกิดโรคระบาดสัตว์เลี้ยงหรือศัตรูพืช  ความจำเป็นต้องใช้หนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด ลักษณะความเคลื่อนไหวและแนวโน้มของราคาและผลผลิต การแพร่กระจายของเทคโนโลยี การพัฒนาความเจริญของเมือง ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ  ปัจจัยการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างและกระบวนการ (transforming structures &processes) ได้แก่การดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตร  การรวมกลุ่มเกษตรกร ศักยภาพผู้นำและการเปลี่ยนผู้นำเกษตร  และการบังคับกฎหมายสรรพสามิต

            นอกจากผลกระทบที่มีต่อระบบการผลิตแล้ว ยังทำให้ต้นทุนหรือทรัพย์สินในการดำรงชีพ (livelihoods assets)หรือเป็นต้นทุนที่ใช้ในการปรับปรุงการผลิตเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางบวกและทางลบ  โดยระดับต้นทุนเฉลี่ยของเกษตรกรคือ ได้รับการอบรม 3.5 ครั้ง สามารถแก้ปัญหาสำเร็จได้ด้วยตนเอง แรงงานเพียงพอ 2.5 คน ไม่มีปัญหาสุขภาพ มีความเป็นผู้นำน้อย มีจำนวนเงินที่ใช้ลงทุน 58,596 บาท ใช้น้ำชลประทานได้บางส่วน มีปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง น้ำเค็ม  มีการบำรุงดิน ใช้ประโยชน์พืช10ชนิดสัตว์6 ชนิด  คมนาคมดี มีความพร้อมในการใช้วัสดุ  ใช้โทรทัศน์และหอกระจายข่าวเป็นแหล่งรับข่าวสาร จำนวนการผลิต 5.5 กิจกรรม การผลิตขนาดเล็ก  เข้าถึงตลาดสินค้า เป็นสมาชิกกลุ่ม มีส่วนร่วมในกลุ่มมาก และได้รับการช่วยเหลือจากรัฐหลายด้าน   

            วิถีการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรได้เปลี่ยนการผลิตจากแบบยังชีพไปเป็นแบบเพื่อการค้า โดยวัตถุประสงค์การปรับปรุงการผลิตอันดับหนึ่งเพื่อการเพิ่มรายได้และอันดับสองเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหาร   ยุทธ์วิธีการปรับปรุงการผลิตพบว่ามีการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตทุกกิจกรรมเกือบทุกด้านเช่นพันธุ์  วิธีปฏิบัติดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว นวดและจำหน่าย รวมทั้งมีการเพิ่มลดจำนวนกิจกรรมการผลิต      ด้านผลลัพธ์การปรับปรุงการผลิตพบว่าส่วนใหญ่ทำให้รายได้และจำนวนผลผลิตอาหารเพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้น ความมั่นคงรายได้เพิ่มขึ้น ความสามารถใช้หนี้มากขึ้น ขาดเงินใช้จ่ายลดลง การเจ็บป่วยลดลง   ความขัดแย้งลดลง ว่างงานลดลง  ใช้สารเคมีลดลง  แต่ความเสียหายจากศัตรูพืชและราคาผลผลิตตกต่ำไม่ลดลง    สภาพดิน จำนวนสัตว์  พืช และป่าไม้ลดลง

            ความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกร โดยการวัดความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตจากตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์ที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืน จะให้ความน่าเชื่อถือมากกว่าการวัดจากความพึงพอใจตามวัตถุประสงค์ของเกษตรกร เนื่องจากความพึงพอใจในความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การปรับปรุงการผลิตไม่แสดงความสัมพันธ์กับต้นทุนการปรับปรุง ทำให้ไม่สามารถวางแผนการจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรได้ แต่การใช้ตัวชี้วัดจากผลลัพธ์ที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยืน สามารถแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างความสำเร็จและต้นทุนบางประเภท  ดังผลการวิจัยที่พบว่าปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนของเกษตรกรบ้านพรวน คือความเหมาะสมของดินทำการเกษตร  จำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล  การเปิดรับข่าวสารการเกษตร  ศักยภาพความเป็นผู้นำ  จำนวนการผลิตโค และพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งในนาข้าว  ต้นทุนทั้งหมดนี้มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูงและสามารถอธิบายความผันแปรด้านความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนได้ร้อยละ 73 นอกจากนั้นเกษตรกรควรจัดการภาวะผลกระทบที่ก่อให้เกิดการสนับสนุนต่อการผลิต ได้แก่วางแผนการผลิตพืชหรือสัตว์ให้หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดจากอุทกภัย  ติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีสมัยใหม่ และข้อมูลการตลาด       ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับนักส่งเสริมผู้นำโครงการตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นเพื่อจะสามารถกำหนดกลยุทธ์ในกระบวนการโครงการให้เหมาะสมกับลักษณะของชุมชน สร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีความ สามารถในการทำงานพัฒนา พัฒนาการรวมกลุ่มที่ทำให้เกิดการเกื้อกูลต่อการขยายตัวของเงินกองทุนหมุนเวียน และเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการผลิต   และชุมชนควรผลักดันให้มีการการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นรูปธรรมเนื่องจากเป็นการลงทุนที่ต่ำและจะช่วยให้ได้รับผลประโยชน์ระยะยาว

  

คำนำ

ภาพรวมของครัวเรือนเกษตรกรในประเทศไทยพบว่าเป็นกลุ่มที่ยากจน มีรายได้ต่ำคิดเป็นตัวเงินเพียง 4,976 บาท/เดือน ขณะที่มีรายจ่ายถึง 6,816 บาท/เดือน ภาพสะท้อนของความยากจนจึงปรากฏออกมาชัดเจนจากจำนวนหนี้สิน ซึ่งมีแนวโน้มเกษตรกรที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจาก ร้อยละ 42.8 ในปี2536 เป็นร้อยละ49.4 ในปี2541 จำนวนเงินที่เป็นหนี้เพื่อการเกษตรรวมเพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกัน จาก 93,605 ล้านบาท เป็น  153,880 ล้านบาท  หรือเฉลี่ย 40,124 บาท/ครัวเรือน  (http://www.nso.go.th)   ในจำนวนเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกข้าวจำนวนทั้งสิ้น 4.1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ร้อยละ 58 เป็นผู้ปลูกข้าวเพียงพืชเดียว(http://www.nso.go.th) ซึ่งการพึ่งพาการผลิตพืชเชิงเดี่ยวนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นระบบที่อ่อนไหวเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากความไม่มั่นคงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพฝนฟ้าอากาศเช่นน้ำท่วม ฝนทิ้งช่วง ที่ทำให้การทำนาได้รับความเสียหาย ส่งผลต่อรายได้เกษตรกรลดลงจนถึงระดับที่ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ  ทางออกของเกษตรกรคือการปรับปรุงการผลิตทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการผลิตเดิมให้สูงขึ้น โดยการนำวิธีการผลิตแบบใหม่เพิ่มเข้าไปในระบบการทำฟาร์ม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบการทำฟาร์มในภาพรวม           อย่างไรก็ตามการปรับระบบการผลิตของเกษตรกรใช่ว่าจะมีผลสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ทุกคน ภาพสะท้อนของการอพยพ ย้ายถิ่น เปลี่ยนอาชีพ ภาวะหนี้สิน และการสูญเสียที่ดิน ยังปรากฏออกมาให้เห็นอยู่เสมอ  

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

          เพื่อทำความเข้าใจระบบการผลิต ศึกษา กระบวนการ ขั้นตอน ในการปรับปรุงการผลิต และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนของเกษตรกรที่ทำนาเป็นอาชีพหลัก

 

แนวความคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน

การวิจัยครั้งนี้ใช้แนวความคิด การดำรงชีพอย่างยั่งยืน (sustainable livelihoods) มาศึกษา

กระบวนการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกร  โดย แนวทางการศึกษาการดำรงชีพอย่างยั่งยืนนี้  เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ทำความเข้าใจและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชากรโลกให้ลดลงครึ่งหนึ่งในปี คศ. 2015 แนวความคิดนี้ได้รับการพัฒนาโดยหน่วยงานนานาชาติหลายหน่วยงานเช่น CARE, FAO, IFAD, UNDP ,WFP โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานหลักที่ใช้แนวทางการดำรงชีพอย่างยั่งยืนคือ  the Department for International Development (DFID) (http://www.fao.org)  

            การดำรงชีพ (livelihoods) หมายถึง งาน กิจกรรม(activities)ความสามารถ (capabilities) ทรัพย์สิน (assets) ทั้งเป็นวัตถุและส่วนประกอบในสังคม   ซึ่งมนุษย์ทำเพื่อการมีชีวิตอยู่ 

การดำรงชีพอย่างยั่งยืน (sustainable livelihoods) หมายถึง การแสดงออกถึงศักยภาพในการต่อสู้หรือรับมือกับความตึงเครียดหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยดำรงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ หรือ ความมั่นคงของระบบนิเวศน์  ทรัพยากรธรรมชาติ และความเสมอภาคในสังคม ซึ่งเป็นการใช้โอกาสการดำรงชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งโดยไม่รุกรานคนอีกกลุ่มหนึ่งทั้งในปัจจุบันหรืออนาคต หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึงความสามารถของมนุษย์ที่จะมีชีวิตอยู่และปรับปรุงคุณภาพชีวิตที่ปราศจากการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ระดับความยั่งยืนของวิถีการดำรงชีพใช้เกณฑ์พิจารณาคือ ความยืดหยุ่นได้เมื่อเกิดผลกระทบ ไม่ขึ้นกับการสนับสนุนจากภายนอก รักษาผลิตภาพของทรัพยากรไว้ได้นานไม่ทำลายวิถีการดำรงชีวิตผู้อื่น หรือสามารถประนีประนอมร่วมกันได้  ก่อให้เกิดความยั่งยืนของการใช้สภาพแวดล้อม ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของครัวเรือน สังคม และสถาบัน (http://www.undp.org/sl/)      หลักการของแนวคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน อาศัยการทำความเข้าใจความคิดหลัก 6 ประการ คือ  คนเป็นสำคัญ (people-centred) ความเป็นองค์รวม (holistic) พลวัต (dynamic) การสร้างบนความเข้มแข็ง (Building on strengths) การเชื่อมโยงมหภาคและจุลภาค (macro-micro links) และความยั่งยืน (sustainability)     

กรอบการทำงานการดำรงชีพอย่างยั่งยืน (sustainable livelihood  framework)

การศึกษาการดำรงชีพอย่างยั่งยืนเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ 5 ประการที่จะนำไปสู่เป้าหมายในการดำรงชีพคือ               

บริบทของความอ่อนแอและไม่แน่นอน (vulnerability  context) ได้แก่ภาวะที่เกิดผลกระทบอย่างทันทีทันใดและรุนแรง (shocks)  ส่งผลเสียหายต่อการดำรงชีพ โดยเฉพาะในองค์ประกอบของทรัพย์สิน เช่น ภัยธรรมชาติ  การขาดเงินใช้จ่าย ความขัดแย้งในสังคม ปัญหาสุขภาพมนุษย์ พืช สัตว์ ภาวะแนวโน้ม (trends) เป็นภาวะแนวโน้มของการเคลื่อนไหวของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีพ เช่น  แนวโน้มประชากร ทรัพยากร เศรษฐกิจ รัฐบาล นโยบาย และเทคโนโลยี    ภาวะการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล (seasonality) ได้แก่ วัฏจักรต่างๆ เช่น วัฏจักรราคา  ผลผลิต  สุขภาพ โอกาสการจ้างงาน เป็นต้น

            ทรัพย์สินในการดำรงชีพ (livelihoods assets) ได้แก่    ต้นทุนมนุษย์ (human capital)หมายถึง  ทักษะ ความรู้ ความสามารถด้านแรงงาน คุณภาพแรงงาน ศักยภาพการเป็นผู้นำ และความมีสุขภาพดี  ต้นทุนธรรมชาติ (natural capital) หมายถึง ดิน น้ำ อากาศ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นทุนการเงิน (financial capital) หมายถึง เงินสะสมที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเงินไหลเวียน ต้นทุนกายภาพ (physical capital) หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุที่ใช้ในการผลิต          ต้นทุนสังคม (social capital) หมายถึง กลุ่ม เครือข่าย ประชาสังคม การเป็นสมาชิก ความสัมพันธ์ หน้าที่ในสังคม และภาวะผู้นำ

การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างและกระบวนการ(transforming structures &processes)

                    เป็นองค์ประกอบที่มีผลกระทบโดยตรงที่ทำให้เกิดความอ่อนแอในกระบวนการ และส่งผลต่อการเลือกวิถีการดำรงชีพ มีส่วนประกอบย่อย 2 ส่วนคือโครงสร้าง (structures)  มี 2 ระดับคือระดับสาธารณะ และระดับเอกชน เช่น รัฐบาล องค์กร  ประชาสังคม      กระบวนการ (processes)  หมายถึงส่วนขับเคลื่อน ของโครงสร้าง เช่น นโยบาย กฎหมาย ข้อกำหนด สถาบัน วัฒนธรรม

ยุทธ์วิธีการดำรงชีพ  (livelihoods strategies)            เป็นทางเลือก โอกาส ที่เกษตรกรใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีลักษณะของความหลากหลาย (diversity) ตามลักษณะพื้นที่ ภูมิประเทศ ที่ถือครอง และช่วงเวลา เป็นลักษณะที่เคลื่อนไหว (dynamic)  กระจายหลายสถานที่ ( straddling ) และเชื่อมโยง (linkage)    

  ผลลัพธ์ (Livelihood outcome) เป็นผลได้ที่เกิดจากการเลือกวิถีหรือยุทธ์วิธีในการดำเนินชีวิตซึ่งแสดงออกถึงการดำรงชีพอย่างยั่งยืน ได้แก่ การมีรายได้เพิ่มขึ้น (more income) การเพิ่มการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (increased well-being) การลดความอ่อนแอ (reduced vulnerability) การเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร (improved food security) และการเกิดความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (sustainable use of NR based)

กระบวนการปรับปรุงการผลิต พิจารณาจากระบบการผลิตของเกษตรกร ซึ่งตามปกติจะมีการปรับปรุงอยู่เสมอคือ เกษตรกรจะดำรงการผลิตตามระบบๆหนึ่งต่อไปจนกว่าระบบการผลิตนั้นจะได้รับผลกระทบจากภายนอกจนระบบไม่สามารถสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ของครัวเรือนได้  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าถึงภาวะจุดจำกัดหรือภาวะวิกฤตของระบบการผลิต โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลทำให้ระบบถึงจุดจำกัดนั้นเกิดจากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างและกระบวนการ การเกิดความอ่อนแอ ผลจากอิทธิพลต่างๆเหล่านี้ทำให้ระบบมีผลลัพธ์ลดลงในด้าน การตอบสนองเป้าหมายครัวเรือน     การเพิ่มรายได้       การลดความอ่อนแอ   ความมั่นคงด้านอาหาร    ความเป็นอยู่    และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ จากปัญหาดังกล่าวทำให้เกษตรกรต้องทำการปรับปรุงการผลิตเพื่อให้สามารถรักษาความสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์ครัวเรือนและความสามารถตอบสนองของระบบการผลิต  ขั้นตอนการปรับปรุงประกอบด้วยการวางแผนเลือกกลยุทธ์การผลิตหรือวิธีการปรับปรุง  การจัดการทรัพย์สิน/ต้นทุนเพื่อการผลิต  เช่นต้นทุนมนุษย์ ต้นทุนสังคม ต้นทุนการเงิน ต้นทุนธรรมชาติ และต้นทุนกายภาพ   จากนั้นจึงดำเนินการผลิตตามแผนที่วางไว้  ผลจาการปรับปรุง  ถ้าผลลัพธ์สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ได้เกษตรกรจะดำเนินการผลิตตามระบบใหม่ไปจนกว่าระบบจะถึงจุดจำกัดใหม่   กระบวนการปรับปรุงจึงจะเริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

วิธีการศึกษา

            การวิจัยประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ      ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม  ตามวิธีการศึกษาคือกลุ่มแรกเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพตามวัตถุประสงค์ข้อที่1และ2  จำนวน 10 ราย และกลุ่มสองเป็นการศึกษาเชิงปริมาณตามวัตถุประสงค์ข้อที่3 จำนวน 50 ราย  โดยสุ่มตัวอย่างจากเกษตรกรทั้งหมด 104 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด

          การวิเคราะห์ข้อมูล            ในการศึกษาระบบการผลิต กระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการในการปรับปรุงการผลิต นำมาวิเคราะห์ ข้อมูล แบบอุปนัย (analytic induction) คือการตีความ สร้างข้อสรุปข้อมูลจากปรากฏการณ์ ที่มองเห็น     การวิเคราะห์โดยการจำแนกชนิดข้อมูล (typological analysis) หรือการวิเคราะห์ขั้นตอนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบข้อมูล (constant comparison) คือนำข้อมูลมาเปรียบเทียบเป็นปรากฏการณ์  และสร้างเป็นข้อสรุป      ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิต  นำมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนาในการวัดการกระจายข้อมูล ด้วยค่าร้อยละ   ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง ด้วยค่ามัชฌิมเลขคณิต และ การวิเคราะห์ด้วยสถิติอนุมานใช้การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบ Spearman's Correlations เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม  และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (stepwise multiple regression)  เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรอิสระที่มีต่อตัวแปรตาม โดยเสนอแบบจำลองดังนี้

          Y    =    b0 + b1 X1 + b2X2  + b3X3 + b4X4 + b5X5

Y    =    คะแนนความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิต (ตัวแปรตาม)

          Xi   =    คะแนนปัจจัยต่างๆที่คาดว่ามีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในการปรับปรุการผลิต

(ตัวแปรอิสระ) มีอยู่ 5 ชุดคือ X1 = ต้นทุนมนุษย์      X2  = ต้นทุนการเงิน  X3   = ต้นทุนธรรมชาติ X4 = ต้นทุนกายภาพ   X5  =  ต้นทุนสังคม                      b0 = ค่าคงที่            bi  = ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของตัวแปรอิสระ

 

ผลการวิจัย

1. ระบบการผลิตการเกษตรของเกษตรกร  

            ผู้ให้ข้อมูลร้อยละ74  เป็นเพศหญิงอายุเฉลี่ย 55 ปี มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 5.2 คน การประกอบอาชีพของสมาชิกในครัวเรือนมีจำนวนอาชีพ 2-3 อาชีพ โดยอาชีพหลักคือทำเกษตร อาชีพรองคือ รับจ้าง ประมง ค้าขาย รับราชการ และทำงานบริษัทเอกชน ด้านอาชีพเกษตรมีกิจกรรม 5-6 กิจกรรม ประกอบด้วย การปลูกข้าว การปรับสภาพนาเป็นร่องสวนไม้ผล ตาลโตนด  ปลูกพืชผัก ปลูกพืชฤดูแล้งในนาข้าว เลี้ยงโค  สุกร  ไก่พื้นเมือง เป็ด และปลา

            การปลูกข้าว     เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวปีละหนึ่งครั้งใช้วิธีการปลูกแบบนาหว่านน้ำตม  ในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม  ใช้พันธุ์ชัยนาท1 เฉี้ยงพัทลุง ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี การใช้ปุ๋ยนิยมใส่ 2 ครั้ง  การจัดการน้ำอาศัยน้ำฝน ไม่นิยมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูข้าว ส่วนปัญหาสำคัญที่สุดในการปลูกข้าวคือหนู  โรค หนอนกอข้าว  ตั๊กแตน และแมลงสิง  การเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะจ้างเครื่องเกี่ยวนวด หรือเกี่ยวนวดด้วยตนเอง ผลผลิตประมาณ 35-100 ถัง/ไร่ การตลาดขายข้าวให้กับพ่อค้าที่มาซื้อถึงที่นาหรือเก็บไว้ขายในยุ้งฉาง 

ตาลโตนด  เกษตรกรปีนตาลประมาณ  15 ต้น/วัน/คน การปีนตาลใช้เวลาช่วงประมาณ 7.00 -11.00 . และช่วง 15.00 -18.00 . ผลผลิตน้ำตาลช่วงเช้าจะเคี่ยวเป็นน้ำผึ้งสด ราคาถังละ 400-600 บาท หรือแปรรูปเป็นน้ำตาลแว่น ช่วงเวลาเคี่ยวประมาณ 10.00 -16.00 . น้ำตาลช่วงเย็นจะต้มให้สุกและเก็บไว้ผสมกับน้ำตาลในเช้าวันรุ่งขึ้น  ผลผลิตน้ำตาลสดบางส่วนจะนำมาทำน้ำส้มไว้บริโภคในครัวเรือนหรือขาย ผลผลิตอื่นๆที่ได้จากตาลโตนดคือทำจากใบตาล  ขายลูกตาลสด  ลูกตาลแห้ง และขายไม้ตาล

ไม้ผลบนร่องสวน        พื้นที่ขุดร่องสวนประมาณ 2 ไร่/ราย ปลูกไม้ผลประมาณ 80 ต้น เช่นกระท้อน  มะม่วง  มะพร้าวน้ำหอม  การดูแลรักษามีการใช้ปุ๋ย ปีละ 2-3 ครั้ง   การปลูกพืชแซมระหว่างแถวไม้ผลนิยมปลูก กล้วย อ้อย มะละกอ  และพืชผัก  ปัญหาที่พบคือน้ำท่วมขัง  แมลง หนู  ขาดการตัดแต่ง และใช้ปุ๋ยน้อย

 ผัก  ชนิดผักที่ปลูก ได้แก่  ถั่วฝักยาว คะน้า แตงกวา มะเขือ กวางตุ้ง  ช่วงเวลาปลูกส่วนใหญ่ พบว่าเกษตรกรจะปลูกในช่วงเดือน เมษายน – พฤษภาคม     ใช้มีการใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี เฉลี่ย 2 ครั้ง  ศัตรูพืชพบโรค แมลง ความต้องการของเกษตรกรคือเงินลงทุน และความรู้   

   พืชฤดูแล้งในนาข้าว  นิยมปลูกถั่วเขียวหลังข้าววิธีการปลูกส่วนใหญ่จะมีการหว่านลงไปในพื้นที่ภายหลังจากที่มีการไถแล้ว  ช่วงเวลาปลูกเดือน มีนาคม – พฤษภาคม  การใส่ปุ๋ยใช้ อัตรา 10 กิโลกรัม/ไร่   ปัญหาที่พบคือ ฝนแล้ง น้ำท่วม โรคแมลง 

          การเลี้ยงโค      นิยมเลี้ยงโคพื้นเมืองแบบกึ่งปล่อยฝูงขึ้นกับช่วงฤดูกาลเพาะปลูก สถานที่ปล่อยโคเลี้ยงคือบริเวณทุ่งหญ้าสาธารณะติดทะเลสาบ

          การเลี้ยงสุกร    นิยมเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์เพื่อขายลูก การจัดหาแม่พันธุ์เกษตรกรใช้วิธีการคัดเลือกจากลูกสุกรที่มีลักษณะดีมาเลี้ยง ขณะเดียวกันจะมีเกษตรกรที่เลี้ยงพ่อพันธุ์เพื่อรับจ้างผสมพันธุ์ในพื้นที่ด้วย การเตรียมคอกเลี้ยงสุกรนิยมสร้างคอกแบบง่ายๆ การให้อาหารสุกรมีทั้งอาหารสำเร็จรูป ผสมรำข้าว เศษอาหาร หรือสาหร่ายทะเล บางรายที่อยู่ติทะเลสาบจะปล่อยสุกรให้ไปหากินหัวแห้วในบริเวณทุ่งหญ้า การดูแลรักษาโรค มีการฉีดยาป้องกันโรคและฉีดเสริมธาตุเหล็กเมื่อสุกรแรกคลอด

          การเลี้ยงเป็ด    นิยมเลี้ยงเป็ดเนื้อพันธุ์บาบารี่ การเตรียมคอกนิยมใช้ตาข่ายอวนกั้นบริเวณใกล้บ้าน การเลี้ยงใช้ข้าวเปลือก รำข้าวผสมสาหร่าย หรืออาหารสำเร็จรูป และมีการให้ยาปฏิชีวนะบ้างตามความจำเป็น ปัจจุบันตลาดจำหน่ายเป็ดดีมากทั้งขายลูกเป็ดและขายเป็นเป็ดเนื้อ

            การเลี้ยงไก่พื้นเมือง      ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนักมีการให้กินข้าวเปลือกบ้างเป็นครั้งคราว ยกเว้นไก่ชนที่มีการเลี้ยงดูเลี้ยงค่อนข้างดี    

          การเลี้ยงปลา    เลี้ยงปลานิล ตะเพียน ในบ่อปลาขนาดเล็กหรือในคูร่องสวน พันธุ์ปลาส่วนใหญ่ได้รับสนับสนุนจากรัฐ การเลี้ยงให้อาหารสำเร็จรูปและเศษพืช  ผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือนและขายในหมู่บ้าน

 

2. กระบวนการปรับปรุงการผลิตการเกษตร

            กระบวนการปรับปรุงการผลิตเกิดขึ้นโดยมีลำดับขั้นตอนคือ ระบบการผลิตได้รับผลกระทบ  เกษตรกรเลือกยุทธ์วิธีการปรับปรุง  การปรับปรุงการผลิต  ประเมินผลการปรับปรุงการผลิต  และดำเนินการผลิตตามระบบใหม่       โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตจำแนกได้ 2 กลุ่ม คือปัจจัยด้านบริบทของความอ่อนแอและไม่แน่นอน เป็นภาวะผลกระทบที่เกิดขึ้นและส่งผลให้ระบบการผลิตเสียหายหรือจำเป็นต้องปรับปรุงการผลิตเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้าง และกระบวนการ   เป็นปัจจัยสนับสนุนและเป็นกลไกการขับเคลื่อนในขั้นตอนของการปรับปรุงการผลิต  ผลกระทบต่างๆได้ทำให้ต้นทุน เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางบวกและทางลบ   ซึ่งการผลิตการเกษตรถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย ทำให้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนยุทธ์วิธีหรือปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตการเกษตรจากระบบการผลิตเดิมเป็นระบบการผลิตใหม่ที่สามารถให้ผลลัพธ์ตามที่เกษตรกรต้องการ  ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

              2.1 บริบทความอ่อนแอและความไม่แน่นอน (vulnerability  context)

       1) ภาวะที่ส่งผลกระทบอย่างทันทีทันใดและรุนแรง(shocks)

                ภัยธรรมชาติที่ทำความเสียหายต่อการเกษตร ได้แก่เหตุการณ์อุทกภัยที่ทำให้ข้าวและสัตว์เลี้ยงเสียหายจำนวนมาก   ส่งผลทำให้เกษตรกรมีการเลือกใช้พันธุ์ข้าวขึ้นน้ำ หรือพันธุ์พื้นเมืองต้นสูงในพื้นที่นาด้านติดทะเลสาบ   การไม่นิยมปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น   การปรับพื้นที่นาเป็นร่องสวนไม้ผล    การเลือกพันธุ์ไม้ผลปลูกในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม  การไม่นิยมปลูกพืชในฤดูแล้ง  การได้รับการแจกจ่ายปัจจัยการผลิตจากรัฐบาล เช่นพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี พันธุ์สัตว์ปีก ปุ๋ยเคมี การค้นพบพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับปัญหาพื้นที่  และการปรับสถานที่เลี้ยงสุกรให้สูงจากระดับพื้นดินเดิม     ส่วนภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีปลูกข้าวให้เหมาะสมกับสภาพฝนตก หรือเปลี่ยนจากพันธุ์ข้าวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวเป็นข้าวอายุสั้นเมื่อพบว่าฝนตกน้อยหรือช้ากว่าฤดูกาลปกติ

    การระบาดอย่างรุนแรงของศัตรูพืชและสัตว์  การเกิดโรคระบาดสุกร ทำให้เกษตรกรมีการ

ฉีดยาป้องกันโรค  การระบาดทำลายผลผลิตข้าวของหนู ทำให้เกษตรกรใช้สารเคมีกำจัด

             2) ภาวะแนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล (trends and seasonality)

             การวางแผนการใช้หนี้ ทำให้มีการเพิ่มจำนวนการผลิตสุกร เนื่องจากให้รายได้ระยะสั้น และสามารถเพิ่มปริมาณได้ง่ายกว่าการผลิตข้าวที่มีปัญหาพื้นที่จำกัดและ ต้องเช่านาผู้อื่น

             แนวโน้มการแพร่กระจายเทคโนโลยี การติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ ทำให้เกษตรกรทดลองปลูกข้าวพันธุ์ใหม่  ขยายการเลี้ยงเป็ดบาบารี่  เลี้ยงปลา การปรับสภาพนาเป็นร่องสวนไม้ผล  และการนำเครื่องเกี่ยวนวดข้าวอัตโนมัติมาใช้

            การคาดการณ์ด้านแนวโน้มราคาผลผลิตและผลผลิต  ทำให้เกษตรกรเลือกปลูกข้าวพันธุ์ที่ราคาสูงมากกว่าพันธุ์ที่ราคาต่ำ   การคาดการณ์ด้านราคาในช่วงระหว่างฤดูปลูกมีผลต่อการเพิ่มการดูแลรักษา การใส่ปุ๋ยมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลิตผลิตสูงขึ้น  การคาดการณ์ราคาข้าวมีผลต่อการตัดสินการผลิตกิจกรรมอื่น เช่นถ้าพบว่าราคาข้าวจะไม่ดีแต่ราคาไข่เป็ดจะแพงเกษตรกรจะวางแผนการเพิ่มการเลี้ยงเป็ดโดยใช้ข้าว เปลือกเป็นอาหาร        

          การคาดการณ์ด้านแนวโน้มความอุดมสมบูรณ์และความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ธรรมชาติ เกษตรกรแต่ละรายมีจิตสำนึกต่อสถานการณ์ความเสื่อมโทรมหรือการสูญหายของพืชพรรณที่เคยมีในท้องถิ่น  แต่ยังขาดการรวมกลุ่มกันเพื่อดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม   การสูญหายของป่าลำพูบริเวณคลองพรวน และป่าปรงบริเวณริมทะเลสาบ เกษตรกรรู้สึกว่าไม่ได้เป็นเจ้าของป่าชุมชน   การสูญหายของข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ถูกทดแทนด้วยข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปมากว่าข้าวพื้นเมือง   แม้เกษตรกรยังรู้สึกประทับใจในคุณลักษณะดีของข้าวพื้นเมืองแต่ต้องการปลูกข้าวเพื่อขายเป็นรายได้ ซึ่งข้าวพันธุ์ดั้งเดิมไม่เหมาะสมที่จะปลูกเพื่อการจำหน่ายได้แล้วเนื่องจากโรงสีไม่รับซื้อ  การคำนึงถึงคุณภาพดินที่เสื่อมลงแต่ไม่ได้มีการใส่ปุ๋ยหมักหรือปลูกพืชเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินมากนัก เพราะไม่ต้องการลงทุนเพิ่มและเห็นว่าวิธีการปฏิบัติยุ่งยาก   การเพิ่มขึ้นของปริมาณของสาหร่ายทะเล มีผลต่อการนำมาลดต้นทุนเลี้ยงสุกร ปริมาณเพรียงในทะเลมีผลต่อการนำมาลดต้นทุนเลี้ยงเป็ด และความสมบูรณ์ของทุ่งหญ้าธรรมชาติส่งผลต่อการตัดสินใจเลี้ยงโค

            2.2 การเปลี่ยนผ่านโครงสร้าง และกระบวนการ (transforming structures & processes)  เป็นปัจจัยสนับสนุนและเป็นกลไกการขับเคลื่อนในขั้นตอนของการปรับปรุงการผลิต โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้

           1) โครงการส่งเสริมการเกษตรที่ดำเนินการในชุมชน        โครงการช่วยเหลือตามนโยบายเฉพาะกิจระยะสั้นที่ไม่มีกระบวนการโครงการ  มีลักษณะเป็นการส่งเสริมแบบให้วัสดุ  ไม่เน้นการให้ความรู้ด้านการปรับปรุงวิธีปฏิบัติและไม่ติดตามต่อเนื่อง  มีผลต่อการปรับปรุงการผลิตข้าวเมื่อ เกษตรกรได้รับข้าวพันธุ์ใหม่  ทำให้ต้องพยายามปรับปรุงวิธีการปฏิบัติในการดูแลรักษาให้เหมาะสม  แต่มีผลระยะสั้นๆ กับกิจกรรมเสริมอื่นๆ เพราะไม่เหมาะสมกับวิธีการที่เคยปฏิบัติและขัดแย้งกับกิจกรรมเดิม     โครงการส่งเสริมการเกษตรที่มีส่วนช่วยให้เกษตรกรปรับปรุงการผลิตได้มากคือโครงการที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการโครงการ   เป็นโครงการที่มีลักษณะการดำเนินงานที่ครอบคลุมด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมที่นอกเหนือจากการเกษตร เช่น การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน  การดำเนินกลยุทธ์ที่ทำให้คนในชุมชนรู้สึกถึงความภาคภูมิใจ มีชื่อเสียง และการติดตามงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความรู้สึกของเกษตรกรด้านความรับผิดชอบของรัฐที่คอยติดตามแนะนำช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้วิธีการปรับปรุงการผลิตแบบใหม่   ผลจากการดำเนินโครงการกลุ่มนี้ได้ทำให้เกิดการปรับปรุงการผลิตจากการนำเทคโนโลยีใหม่ๆที่ราชการแนะนำผสมผสานกับการผลิตแบบเดิมและนำไปสู่การผลิตแบบใหม่ที่สามารถสนองความต้องการและวัตถุประสงค์ตามที่เกษตรกรวางไว้

          2) การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในชุมชน

                   การเปลี่ยนผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางด้านการปกครองเช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทบ้างในกรณีการประสานงานด้านการของความช่วยเหลือด้านวัสดุ พันธุ์พืช เป็นครั้งคราวตามเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่นการเกิดอุทกภัย       ผู้นำที่มีบทบาทในการช่วยให้เกิดการปรับปรุงการผลิตจะเป็นผู้นำที่เป็นเกษตรกรอาสา หรือได้รับการมอบหมายจากกลุ่ม การเปลี่ยนตัวผู้นำด้านเกษตรจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  เช่นกรณีผู้นำขอถอนตัวหรือลาออกเมื่อเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนไม่สามารถหาข้อยุติได้   เหตุการณ์ทำนองนี้ได้ส่งผลให้การดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตรชะงักไประยะหนึ่ง แต่จะมีเกษตรกรอาสา หรือการมอบหมายคนอื่นมาทำงานแทนต่อไป       อย่างไรก็ตามชุมชนมีผู้นำที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการพัฒนาน้อย มักทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการพัฒนา เช่นการไม่สามารถไกล่เกลี่ยประนีประนอมเมื่อเกิดการขัดแย้งในที่ประชุม  การลาออกจากตำแหน่งของกรรมการกลุ่ม   การไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการที่ชุมชนขอสนับสนุนจากรัฐ   นอกจากผู้นำชุมชนแล้วผู้นำโครงการส่งเสริมหรือเจ้าหน้าที่และความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกร

            การจัดตั้งกลุ่ม              การรวมกลุ่มที่เกิดผลดีต่อการปรับปรุงการผลิตเป็นการรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดการประสานที่ดีระหว่างราชการกับเกษตรกรและเกษตรกรด้วยกันเอง   การรวมเพื่อจัดตั้งเงินกองทุนหมุนเวียนตามเงื่อนไขของโครงการส่งเสริม    การรวมกลุ่มเกษตรกรที่เกิดขึ้นเองตามวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อการปรับปรุงการผลิตและใช้ประโยชน์จากกองทุนหมุนเวียน    และรูปแบบการบริหารกองทุนที่กำหนดให้สมาชิกที่สนใจในการปรับปรุงการผลิตในกิจกรรมที่แต่ละกลุ่มดำเนินการอยู่สามารถกู้ยืมเงินไปลงทุนได้นั้นได้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน    แต่การรวมกลุ่มที่มีจำนวนคนมากขึ้นและไม่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้เงินจากการกู้ยืมเพื่อการปรับปรุงการผลิตทำให้เกษตรกรสนใจการได้โอกาสการใช้ประโยชน์จากการยืมเงินส่วนรวมมาใช้สอยมากกว่าการคำนึงถึงการปรับปรุงการผลิตที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้จากการใช้เงินกองทุน        

          ความเจริญของท้องถิ่นและเมือง  ได้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างกัน และนำความรู้มาปรับใช้ในท้องถิ่นได้มาก  ความเจริญของท้องถิ่นช่วยให้พ่อค้าเข้ามาหาซื้อสินค้าถึงหมู่บ้าน ทำให้เกิดแรงจูงในในการเพิ่มการผลิตให้หลากหลายและมากขึ้น

            ระเบียบ กฎหมาย   ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพจะมีผลโดยตรงต่อระดับรายได้และการเลือกวิธีปฏิบัติ เช่นการตรวจจับสุราเถื่อน มีผลกระทบกับราคาน้ำผึ้ง  ระดับรายได้ของผู้ผลิตตาลโตนด และวิธีการแปรรูปผลผลิต

 

2.3 การประเมินผลการปรับปรุงการผลิต

            รูปแบบการเกษตรที่เกษตรกรคาดหวังเป็นรูปแบบที่นำไปสู่การผลิตแบบผสมผสานเชิงการค้า คือการทำนาปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ข้าวไว้ขายเป็นรายได้มากขึ้น  การปรับปรุงการปลูกพืชบนร่องสวนให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น   การขยายการเลี้ยงสุกร เป็ด ซึ่งตลาดยังต้องการสูง  การขยายการเลี้ยงโคเนื่องจากทุ่งหญ้าสาธารณะยังมีมาก   การใช้วัสดุท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์เพื่อลดต้นทุนการผลิต  และการผลิตตาลโตนดที่เป็นพืชดังเดิม             ความสำเร็จของการทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรคิดว่ายังมีประสิทธิภาพต่ำซึ่งวัดจากผลผลิตที่ได้ยังน้อย และมีปัญหาราคาตกต่ำ เป็นผลให้รายได้น้อย จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงการผลิตให้มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ขึ้นกับโอกาสการได้รับการสนับสนุน การได้เรียนรู้การผลิตใหม่ และการเอื้ออำนวยของตลาดสินค้าเกษตร

           โดยสรุปจากการศึกษากระบวนการปรับปรุงการผลิตการเกษตรตามกรอบแนวความคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน ของเกษตรกรบ้านพรวน ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา จะเห็นได้ว่า กระบวนการปรับปรุงการผลิตเกิดขึ้นค่อนข้างซับซ้อนแต่มีขั้นตอนคือ เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต  ระบบได้รับผลกระทบหรือเกิดภาวะจุดจำกัด  เกษตรกรประเมินผลกระทบ  เลือกยุทธ์วิธีการปรับปรุง และปรับปรุงการผลิต ทั้งนี้ช่วงเวลาและขั้นตอนการเกิดเหตุการณ์ต่างๆอาจเกิดเฉพาะเหตุการณ์หรือเกิดหลายๆเหตุการณ์พร้อมกัน เช่น การเกิดขึ้นของโครงการส่งเสริมการเกษตรจะเกี่ยวข้องกับการเกิดกระบวนการกลุ่มและผู้นำ  และพบว่าระบบการผลิตในกิจกรรมหนึ่งๆจะได้รับผลกระทบจากหลายๆเหตุการณ์ หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลายๆกิจกรรมการผลิต ซึ่งเห็นชัดเจนกรณีผลกระทบกับระบบการผลิตข้าวซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆมากกว่ากิจกรรมการผลิตอื่น(ตาราง 1)     ลักษณะการเกิดเหตุการณ์   ผลกระทบ และยุทธ์วิธีการปรับระบบให้เหมาะสมกับผลกระทบจะพบว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในระบบการผลิตทั้งทางลบและ เกิดผลในทางบวก เช่นการได้รับผลกระทบที่มาจากการเกิดน้ำท่วม/ฝนแล้ง  และศัตรูพืช/สัตว์ระบาด  ทำให้การผลิตได้รับความเสียหายอย่างทันทีทันใด   ประกอบความจำเป็นที่ต้องผลิตเพื่อใช้หนี้ตามระยะเวลา และความไม่แน่นอนด้านแนวโน้มการเคลื่อนไหวของผลผลิตและราคา  ทำให้เกษตรกรต้องปรับปรุงการผลิตการเกษตรให้เหมาะสม โดยมีปัจจัยด้านการจัดทำโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เข้ามาสู่พื้นที่ การแพร่กระจายเทคโนโลยีใหม่ ความเจริญของการพัฒนาท้องถิ่น และสถานกาณ์ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นและสนับสนุนทำให้เกษตรกรปรับปรุงการผลิต  ภายใต้การขับเคลื่อนและการเอื้ออำนวยของลักษณะผู้นำเกษตรกร ผู้นำโครงการส่งเสริม การรวมกลุ่มอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์ ในชุมชน  และเงื่อนไขการตรวจจับสุรา

 

ตาราง 1 ช่วงเวลาการเกิดเหตุการณ์ ผลกระทบ และยุทธ์วิธีการปรับปรุงการผลิต

ช่วงเวลา

บริบทความอ่อนแอ

การเปลี่ยนผ่านโครงสร้าง

ผลกระทบ/ภาวะจุดจำกัด

ยุทธ์วิธีการปรับปรุงการผลิต

2524

 

โครงการส่งเสริมการปลูกถั่วเขียว

เพิ่มรายได้ บำรุงดิน แต่ทำให้ไม่มีทุ่งหญ้าเลี้ยงโค

ไม่นิยมปลูกถั่วเขียว

2527 2531-32 2543

น้ำท่วม

ฝนแล้ง

โครงการแจกพันธุ์ข้าวช่วยเหลืออุทกภัย

ข้าวและพืชอื่นเสียหาย

สัตว์เลี้ยงเสียหาย

เปลี่ยนพันธุ์ข้าว

 ไม่ปลูกไม้ผล

ปรับสถานที่เลี้ยงสัตว์

2535

 

โครงการส่งเสริม

โคเนื้อพันธุ์ดี

โคลูกผสมโตเร็ว

 โคพันธุ์ดีเลี้ยงยาก

เลี้ยงโคลูกผสมน้อยกว่าโคพื้นเมือง

2537

 2543

โรคสุกร

หนูระบาด

 

สุกรตาย

ข้าวเสียหาย

ฉีดยาป้องกันโรค

ใช้สารเคมี

2539-2541

 

โครงการปรับสภาพนา

เป็นร่องสวนไม้ผล

ได้ความรู้ ได้รับช่วยเหลือการลงทุน เพิ่มกิจกรรมการผลิต รายได้เพิ่ม มีงานทำ

เพิ่มจำนวนการปรับสภาพนาเป็นร่องสวน

2539-2544

 

การตั้งกลุ่มอาชีพ/กองทุนหมุนเวียน/กลุ่มออมทรัพย์

ได้ร่วมคิดร่วมทำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เลือกผู้นำ มีเงินให้กู้ยืม

เพิ่มเลี้ยงเป็ด สุกร ไม้ผล  มีทุนกู้ยืมใช้สอย

2540

 

โครงการส่งเสริมปลูกผัก

รายได้เพิ่ม

เพิ่มการปลูกผัก

2542-2544

 

โครงการหมู่บ้านวิชาการเกษตร/โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืน

ได้ความรู้ ได้รับการช่วยเหลือการลงทุน รายได้เพิ่ม

เปลี่ยนพันธุ์พืช ปรับวิธีการดูแลรักษา เปลี่ยนพันธุ์เป็ด

เปลี่ยนแม่พันธุ์สุกร

2543

 

ภาวะผู้นำ

การเปลี่ยนผู้นำชุมชน

อาศัยผู้นำเกษตร และเจ้าหน้าที่ผู้นำรุ่นใหม่มีน้อยเรียนรู้จากกระบวนการกลุ่ม

เพิ่มกิจกรรมการผลิต ภายใต้การประสานงานของผู้นำและเจ้าหน้าที่

 

วางแผนใช้หนี้

 

ต้องหารายได้เพิ่ม

เพิ่มการเลี้ยงสุกร  เช่านาเพิ่ม

 

การแพร่กระจายเทคโนโลยี

 

ได้ความรู้เพื่อปรับปรุงวิธีปฏิบัติ

เปลี่ยนพันธุ์ข้าว  เพิ่มการขุดร่องสวน เลี้ยงเป็ด  เลี้ยงปลา

ใช้เครื่องเกี่ยวนวดอัตโนมัติ

 

แนวโน้มราคา/ผลผลิตข้าว

 

ได้ข้อมูลตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติ

เปลี่ยนพันธุ์ข้าว เพิ่มการดูแลรักษา เพิ่มการเลี้ยงเป็ด

 

ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร

ธรรมชาติ

 

ได้ทางเลือกการตัดสินใจเลือกวิธีการผลิตและอนุรักษ์

เพิ่ม/ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์

การใส่ปุ๋ยคอก/ปูนขาวในนา

 

การพัฒนาเมือง

 

ความสะดวกในการติดต่อ  แลกเปลี่ยน

ปรับวิธีการผลิต ผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการ

 

 

กฎหมายตรวจ

จับการต้มสุรา

ข้อมูลตัดสินใจทางเลือกวิธีการผลิต

ขายน้ำผึ้งสด หรือต้มสุราพื้นบ้าน

 

 

3. วิธีการปรับปรุงการผลิต

การปรับปรุงการผลิตพืช         เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติในการผลิตพืชได้แก่ข้าว ร่องสวน พืชผัก พืชฤดูแล้ง เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน วิธีปลูก พันธุ์  การใช้ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรู เก็บเกี่ยว นวด และจำหน่าย พืชที่มีการปรับปรุงการผลิตน้อยคือตาลโตนด   วัตถุประสงค์สำคัญในการปรับปรุงการผลิตคือเพื่อเพิ่มรายได้ รองลงมาคือเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหาร และ เพื่อเพิ่มความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติสำหรับ การปรับปรุงการผลิตพืชฤดูแล้งในนาข้าวเกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตระดับมากถึงมากที่สุด

          การปรับปรุงการผลิตสัตว์และปลา      เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีการปรับปรุง พันธุ์   การให้อาหาร สถานที่เลี้ยง วิธีเลี้ยง และเพิ่มลดการเลี้ยง เป็นรายการที่มีการปรับปรุงการผลิตมากที่สุด วัตถุประสงค์สำคัญในการปรับปรุงการผลิตคือเพื่อเพิ่มรายได้รองลงมาคือเพื่อการลดความเสี่ยงในการผลิต หรือเพื่อการเพิ่มผลผลิตอาหาร  เกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจระดับมากถึงมากที่สุดในความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิต

  การปรับปรุงการทำงานนอกเกษตร     ประมาณครึ่งหนึ่งที่ลดการทำงานนอกเกษตรลงเพื่อไปทำการเกษตรหรือเคยลดการทำการเกษตรเพื่อไปทำกิจกรรมนอกเกษตร  วัตถุประสงค์สำคัญในการปรับปรุงการผลิตคือเพื่อเพิ่มรายได้  และมีเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งที่มีความพึงพอใจระดับมากถึงมากที่สุดในความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ 

การปรับปรุงการผลิตรวม         ในกิจกรรมการผลิตการเกษตร 10 กิจกรรม และนอกเกษตร 1กิจกรรมพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในความสำเร็จการปรับปรุงการผลิตแต่ละกิจกรรมอยู่ในระดับมากด้านความพึงพอใจตามวัตถุประสงค์การปรับปรุงพบว่าพอใจมากที่สุดด้านการเพิ่มรายได้ รองลงมาคือการเพิ่มผลผลิตอาหารการลดความเสี่ยงในการผลิตและเพิ่มความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม

 

4 ปัจจัยที่ใช้ในการปรับปรุงการผลิตการเกษตร

4.1 ต้นทุนมนุษย์ ( human capital)      

                 ทักษะ ความรู้ (skills, knowledge)  เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการรับฝึกอบรม ดูงานเฉลี่ย 3.5 ครั้ง ด้านการแก้ไขปัญหาการเกษตรที่เกิดขึ้นพบว่าเกษตรกรกรมีการปรึกษาเพื่อนบ้านมากกว่าการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตามลำพัง  ส่วนความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งที่แก้ไขได้สำเร็จเป็นส่วนมากหรือสำเร็จทุกครั้ง

                 แรงงานทำการเกษตร (quality of labour) เฉลี่ย 2.5 คน  สามารถหาหาแรงงานได้เพียงพอตามที่ต้องการทุกครั้งหรือเป็นส่วนใหญ่  และส่วนใหญ่ไม่เคยมีปัญหาหรือมีปัญหาน้อยครั้งด้านปัญหาสุขภาพที่ถึงขั้นเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

                    ศักยภาพการเป็นผู้นำ ( leadership potential)            ในการติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านพบว่ามีจำนวนเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งที่ เคยช่วยชักนำเพื่อนบ้านให้ทำกิจกรรม  ช่วยแก้ปัญหาการผลิตให้เพื่อนบ้าน เคยช่วยแก้ปัญหาการขัดแย้งระหว่างสมาชิกในชุมชน ด้านการแสดงออกในที่ประชุมพบว่ามีจำนวนน้อยที่แสดงออกในความเป็นผู้นำ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะแสดงความเห็นแตกต่างกับผู้อื่น หรือกรณีเกิดการถกเถียงในที่ประชุมมักไม่มีผู้ใดทำการไกล่เกลี่ยเพื่อให้ได้ข้อยุติ  ส่วนความเป็นผู้นำในฐานะการเป็นตัวแทนกลุ่มหรือวิทยากรพบว่ามีจำนวนไม่ถึงครึ่ง

4.2 ต้นทุนธรรมชาติ (natural capital)           

                 สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน           เกษตรกรมากพอสมควรที่มีการคำนึงถึงการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยมีการใช้ปุ๋ยคอก และปูนขาวในการปลูกพืช แต่ยังมีการปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนในนาข้าวน้อย และพบว่าเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งยังมีการเผาซังข้าวอยู่ ด้านปัญหาสภาพดินทำการเกษตรพบว่ามีน้อย

                 สภาพน้ำใช้ในการเกษตร          เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ใช้น้ำที่เก็บกักจากสระน้ำบ่อน้ำหรือน้ำจากเหมืองชลประทาน ปัญหาน้ำทำการเกษตรพบว่า ส่วนใหญ่ยังพบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและน้ำไม่พอปลูกพืชในหน้าแล้ง และบางส่วนยังพบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้งที่เข้ามาสู่เหมืองส่งน้ำ

                   ความหลากหลายของชนิดพืชและสัตว์ เกษตรกรใช้ประโยชน์จากพืชเฉลี่ย 10 ชนิด สัตว์ 6 ชนิด  เป็นพืชอาหาร 7 ชนิด พืชรายได้ 3 ชนิด  เป็นพืชปลูก 6 ชนิด พืชธรรมชาติ 4 ชนิด   สัตว์ที่เป็นอาหาร 3 ชนิด สัตว์ที่เป็นรายได้ 3 ชนิด  เป็นสัตว์ที่เลี้ยง 4 ชนิด สัตว์ในธรรมชาติ  2 ชนิด

          4.3 ต้นทุนการเงิน ( financial capital ) เกษตรกรมีเงินที่ใช้ในการลงทุนเฉลี่ย 58,596 บาท/ครัวเรือน/ปี ส่วนใหญ่เป็นเงินหมุนเวียนที่มาจากเงินกู้และเงินรายได้การผลิต

          4.4 ต้นทุนกายภาพ (physical capital)

                 การคมนาคมขนส่งสู่ไร่นา        เกษตรกรส่วนใหญ่มีลักษณะการคมนาคมดีถึงดีมากมีความสะดวกในการขนส่งสินค้าหรือวัสดุการเกษตร

            ทรัพย์สิน เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตร มีความพร้อมสูงในการใช้พันธุ์พืช  รถไถเตรียมดิน ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี  เครื่องนวด  เครื่องสูบน้ำ  และมีความพร้อมปานกลางในการใช้พันธุ์สัตว์ เครื่องมือเก็บเกี่ยว สารเคมี ถังฉีดพ่น  และพันธุ์ปลา

          การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการเกษตร       ด้านความรู้การเกษตรโทรทัศน์เป็นสื่อที่เกษตรกรมีความถี่ในการรับความรู้ใหม่มากที่สุด ส่วนการรับทราบความเคลื่อนไหวของกิจกรรมการเกษตรในชุมชน จะอาศัยหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน

             กิจกรรมและจำนวนการผลิต         เกษตรกรมีระบบการผลิตแบบไร่นาสวนผสม มีพื้นที่ปลูกพืชรวม 11.4 ไร่/ครัวเรือน เป็นที่ทำนา 9.0 ไร่ และมีพืชอื่นๆ เช่นพืชฤดูแล้งในนา พืชบนร่องสวน พืชผัก 0.4, 1.6 และ 0.1 ไร่ ตามลำดับ ตาลโตนดเฉลี่ย 13 ต้น/ครัวเรือน เลี้ยงโคพื้นเมือง 2 ตัว สุกร 4 ตัว ไก่ 18 ตัว เป็ด 10 ตัว และปลา 546 ตัว/ครัวเรือน

   การเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่มีความสามารถในการเข้าถึงตลาด

สินค้าที่ตนเองผลิต

            4.5 ต้นทุนทางสังคม (social capital)

  การเป็นสมาชิกกลุ่มเฉลี่ย 3 กลุ่มต่อราย กลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้านประกอบด้วย กลุ่ม

ไร่นาสวนผสม กลุ่มเลี้ยงไก่ กลุ่มเลี้ยงเป็ด กลุ่มเลี้ยงสุกรและกลุ่มออมทรัพย์

การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนและกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ เกษตรกรให้

ความร่วมมือกับกิจกรรมของชุมชนและกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่รัฐค่อนข้างดี คือจะเข้าร่วมการประชุมหรือร่วมทำกิจกรรมที่ชุมชนจัดขึ้นทุกหรือ เข้าร่วมเป็นส่วนใหญ่    

 การได้รับการอำนวยความสะดวกหรือการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐ    เกษตรกรส่วนใหญ่

ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐด้านการให้ความรู้ อบรม ดูงาน ร่วมวางแผนการผลิต และช่วยจัดหาวัสดุในการผลิต  แต่ด้านการร่วมปฏิบัติดูแลรักษา และการช่วยเหลือด้านการตลาดยังมีน้อย                                 

5. ผลลัพธ์การปรับปรุงการผลิต (Outcome)

           ด้านการเพิ่มรายได้ (more  income)      ข้าว และปลาเป็นกิจกรรมที่เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปรับปรุงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนกิจกรรมอื่นๆเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งที่สามารถปรับปรุงการผลิต ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

                 ด้านความมั่นคงของจำนวนผลผลิตอาหาร (improved  food  security) ข้าว เป็นกิจกรรมที่เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปรับปรุงให้มีผลผลิตอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เกษตรกรมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สามารถปรับปรุงให้ผลผลิตอาหารเพิ่มขึ้น

                 ด้านการเพิ่มความเป็นอยู่ (increased well-being) เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปรับปรุงความเป็นอยู่ได้ดีขึ้น

                 ด้านการลดความอ่อนแอและความไม่แน่นอน (reduced Vulnerability)   เกษตรกรมากพอสมควรที่สามารถปรับปรุงการผลิตให้มีความมั่นคงในรายได้เพิ่มขึ้น  สามารถใช้หนี้เงินกู้ได้เพิ่มขึ้น ปัญหาการว่างงานลดลง  ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือชุมชนลดลง   และประมาณครึ่งหนึ่งที่ ปัญหาการขาดเงินใช้จ่ายลดลง   มีความเสียหายต่อผลผลิตที่เกิดจากภัยธรรมชาติลดลง มีความเสียหายของผลผลิตจากศัตรูพืช/สัตว์ระบาดลดลง มีความเสียหายจากราคาผลผลิตตกต่ำลดลง และมีความเสียหายที่เกิดจากการเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำเกษตรได้ลดลง

                 ด้านการเพิ่มความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ (sustainable use of  natural  resources  based) ส่วนใหญ่แล้วการปรับปรุงการผลิตมีผลทำให้ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ลดลง

 

6. ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตร

                   6.1 ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืน

            คะแนนความเหมาะสมของดินทำการเกษตร  จำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล  คะแนนการเปิดรับ

ข่าวสารการเกษตร  คะแนนศักยภาพความเป็นผู้นำ  จำนวนการผลิตโค และพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งในนาข้าว  ทั้งหมดมีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนค่อนข้างสูง (R=.857,R2=.734)

6.2 ปัจจัยผลลัพธ์ที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตเพื่อการเพิ่มรายได้  คะแนนความสำเร็จในการปรับปรุง

การผลิตเพื่อการลดความอ่อนแอ คะแนนความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตเพื่อการเพิ่มผลผลิตอาหาร คะแนนความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตเพื่อการเพิ่มความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติมีความสัมพันธ์ และมีอิทธิพลกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนสูงมาก (R=.999,R2=.998)

6.3ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่ผลลัพธ์การเพิ่มรายได้

            จำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล  พื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งในนาข้าว  จำนวนการผลิตสุกร และจำนวนการผลิตตาลโตนดมีความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงและมีอิทธิพลมากพอสมควรกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรเพื่อการเพิ่มรายได้ (R=.800,R2=.640)

          6.4 ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่ผลลัพธ์เพื่อการเพิ่มผลผลิตอาหาร

            คะแนนความหลากหลายของพืชและสัตว์ จำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล คะแนนศักยภาพความเป็นผู้นำ  คะแนนความเหมาะสมของดินทำการเกษตร และจำนวนการผลิตไก่พื้นเมืองมีความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงและมีอิทธิพลมากพอสมควรกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรเพื่อการเพิ่มผลผลิตอาหาร (R=.805,R2=.647)

6.5 ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่ผลลัพธ์การลดความอ่อนแอ

            คะแนนศักยภาพความเป็นผู้นำ  จำนวนการผลิตสุกร และพื้นที่ทำนามีความสัมพันธ์มากพอสมควรแต่มีอิทธิพลค่อนข้างต่ำกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรเพื่อการลดความอ่อนแอ (R=.547,R2=.299) แสดงว่ามีตัวแปรอื่นๆอีกมากที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม

          6.6 ปัจจัยต้นทุนที่มีผลต่อความสำเร็จของการปรับปรุงการผลิตการเกษตรที่นำไปสู่ผลลัพธ์การเพิ่มความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ

            คะแนนความสามารถในการจัดหาวัสดุเครื่องมือ  จำนวนการผลิตสุกร และจำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล มีความสัมพันธ์มากพอสมควรแต่มีอิทธิพลค่อนข้างต่ำกับความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตการเกษตรเพื่อการเพิ่มรายได้(R=.579,R2=.335)แสดงว่ามีตัวแปรอื่นๆอีกมากที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม

สรุป

          จากผลการวิจัยกระบวนการปรับปรุงการผลิตเพื่อนำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืนของเกษตรกรที่ทำนาเป็นอาชีพหลักบ้านพรวน ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา จะเห็นว่า ดั้งเดิมเกษตรกรใช้ยุทธ์วิธีการดำรงชีพ ด้วยการผลิตการเกษตรขนาดเล็กและหลากหลาย สอดคล้องที่ Chamber (1993)  กล่าวถึงระบบการผลิตในประเทศกำลังพัฒนาว่าเกษตรกรมักมีการทำการเกษตรที่ประกอบด้วยพืชสัตว์หลายชนิดผสมกัน มีลักษณะความซับซ้อน หลากหลาย และมีความเสี่ยง (complex, divers and risk-prone) วิถีการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรบ้านพรวนได้เปลี่ยนจากการผลิตแบบการเกษตรแบบยังชีพ ไปเป็นแบบเพื่อการค้า       ยุทธ์วิธีการปรับปรุงการผลิตพบว่ามีการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตทุกกิจกรรมเกือบทุกด้านเช่นพันธุ์  วิธีปฏิบัติดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว นวดและจำหน่าย รวมทั้งมีการเพิ่มลดจำนวนกิจกรรมการผลิต      ซึ่งการใช้ยุทธ์วิธีดังกล่าวนี้จะทำให้ครัวเรือนสามารถเพิ่มโอกาสการเพิ่มรายได้ และเพิ่มจำนวนผลผลิตอาหารมากขึ้น

   กระบวนการปรับปรุงการผลิตเกิดขึ้นโดยมีลำดับขั้นตอนเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้คือ ระบบการผลิตได้รับผลกระทบ  เกษตรกรเลือกยุทธ์วิธีการปรับปรุง  การปรับปรุงการผลิต  ประเมินผลการปรับปรุงการผลิต  และดำเนินการผลิตตามระบบใหม่       โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตจำแนกได้ 2 กลุ่มตามแนวคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน คือปัจจัยด้านบริบทของความอ่อนแอและไม่แน่นอน ได้แก่ การเกิดภาวะน้ำท่วม ฝนแล้ง การเกิดโรคระบาดสัตว์เลี้ยงหรือศัตรูพืช ส่งผลให้ระบบการผลิตเสียหายอย่างทันทีทันได เกษตรกรต้องทำการฟื้นฟู ปรับปรุงวิธีการให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้น    ด้านความจำเป็นต้องใช้หนี้ตามระยะเวลาที่กำหนดส่งผลกระทบให้มีการขยายการผลิตจำนวนมากขึ้น     ลักษณะความเคลื่อนไหวและแนวโน้มของราคาและผลผลิตส่งผลกระทบให้มีการดูแลรักษาที่เข้มข้นขึ้น       การแพร่กระจายของเทคโนโลยีด้านพันธุ์ ปุ๋ย เครื่องจักรกล ทำให้เข้ามาทดแทนวิธีการเดิม      การพัฒนาความเจริญของเมืองทำให้มีความสะดวกในการติดต่อและแลกเปลี่ยนข่าวสาร  ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมีผลต่อการตัดสินใจเลือกวิธีการผลิตในบางกิจกรรมในฟาร์ม    ปัจจัยกลุ่มที่สองคือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างและกระบวนการ ได้แก่การดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรที่มีการช่วยเหลือด้านการลงทุน และนำวิธีการปฏิบัติใหม่ๆเข้าสู่ชุมชน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพันธุ์ วิธีการปฏิบัติดูแลรักษา มีการผลิตกิจกรรมใหม่ๆ เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกร การทำงานแบบมีส่วนร่วม และการเสริมสร้างภาวะผู้นำให้เกษตรกร    นอกจากนั้นพบว่าศักยภาพผู้นำชุมชน การเปลี่ยนผู้นำเกษตร และบทบาทเจ้าหน้าที่ส่งเสริม ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพัฒนาและการทำงานในกลุ่มเกษตรกรตลอดจนการขอรับการช่วยเหลือจากภาครัฐ    และการบังคับกฎหมายสรรพสามิตส่งผลกระทบต่อวิธีการแปรรูป การจำหน่ายผลผลิตและรายได้เกษตรกร

ผลการศึกษาด้านผลกระทบต่อระบบการผลิตส่วนใหญ่สอดคล้องกับที่นักวิจัยหลายท่านได้ศึกษาไว้เช่น  เจนจิรา  รุธิรโก (2537)ที่กล่าวถึงสาเหตุการปรับปรุงการผลิตที่เกิดจากผลกระทบจากภัยธรรมชาติ การสนับสนุนเงินทุนและความรู้   จากหน่วยงานราชการ    ทิพวัลย์ สีจันทร์ และคณะ (2533)กล่าวถึงผลกระทบจากการพัฒนาการคมนาคมทำให้มีการติดต่อกับภายนอกมากขึ้น    สมยศ ทุ่งหว้า (2539และ2543)  กล่าวถึงผลกระทบจากการเกิดภาวะน้ำท่วมฝนแล้ง  ผลของการพัฒนาเมือง การขยายชุมชน การสนับสนุนจากรัฐ และการแพร่กระจายเทคโนโลยี     ณัฐวุฒิ  พลอยอร่าม (2537) สมพันธ์  เตชะอธิก และคณะ (2538) ชูพินิจ เกษมณี (2538)และภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร (2544) กล่าวถึงราคาผลผลิตพืชหลักตกต่ำ   การขาดแคลนน้ำ น้ำท่วม และความเสื่อมโทรมของทรัพยากร       แต่ปัจจัยผลกระทบที่ยังไม่มีการกล่าวถึงมากนักคือ ด้านผลกระทบจากการวางแผนใช้หนี้  การคาดการณ์ระหว่างฤดูกาล ด้านโอกาสการเพิ่มผลผลิตและรายได้  ผลที่เกิดจากกระบวนการกลุ่ม ผู้นำการพัฒนาทั้งเกษตรกรในชุมชนและเจ้าหน้าที่  และการบังคับตามกฎหมาย

            จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าระบบการผลิตได้รับผลกระทบที่เกิดจากองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกระบบการผลิต   ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบที่ทำให้เกิดภาวะจุดจำกัดตามสมมุติฐาน   และส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบในลักษณะของพัฒนาการที่ถูกนำเข้ามา   การเลือกยุทธ์วิธีการปรับปรุงและการปรับปรุงการผลิตเป็นวิธีการที่เกษตรกรปฏิบัติเพื่อปรับระบบการผลิตให้เหมาะสมกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

            อนึ่งตามแนวคิด การดำรงชีพอย่างยั่งยืน ได้เชื่อมโยงความเกี่ยวข้องระหว่างปัจจัยผลกระทบทั้งสองด้านกับต้นทุนหรือทรัพย์สิน เมื่อเหตุการณ์ผลกระทบต่างๆเกิดขึ้นไม่ว่าจากส่วนใดจะส่งผลให้สถานะหรือระดับต้นทุนการดำรงชีพเปลี่ยนไป และจะมีผลต่อการปรับยุทธ์วิธีการดำรงชีพ ซึ่งในแง่การศึกษากระบวนการปรับปรุงการผลิตจะพบว่าปัจจัยผลกระทบแต่ละด้านจะส่งผลต่อต้นทุนต่างประเภทกัน โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นมีสองลักษณะคือส่งผลทางลบ  เสียหาย ลดลง เช่นกรณีภัยธรรมชาติทำให้กิจกรรมการผลิตเสียหาย หรือเกิดผลกระทบเปลี่ยนแปลงทางบวก เพิ่มขึ้น เช่น การแพร่กระจายเทคโนโลยีทำให้ความรู้เกษตรกรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยผลกระทบอย่างใดอย่างหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนหลายๆด้านพร้อมกัน   ดังนั้นการจัดการเกี่ยวกับปัจจัยผลกระทบให้เอื้อประโยชน์ต่อการเพิ่มต้นทุนก็จะช่วยให้เกษตรกรเพิ่มความสามารถในการปรับปรุงการผลิตได้ดีขึ้น(ภาพ 3)

            กรอบความสัมพันธ์ในกระบวนการปรับปรุงการผลิตโดยสรุปจะเห็นว่าเมื่อมีเหตุการณ์จากความอ่อนแอและการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างและกระบวนการที่ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางบวกและทางลบ ซึ่งการผลิตการเกษตรถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย และการที่จะรักษาวิถีการดำรงชีพให้เหมาะสมกับภาวะผลกระทบทำให้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนยุทธ์วิธีการดำรงชีพหรือปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตการเกษตรจากระบบการผลิตเดิมเป็นระบบการผลิตใหม่ที่สามารถให้ผลลัพธ์ตามที่เกษตรกรต้องการ(ภาพ4)

            ด้านความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรพบว่าจะแตกต่างกันตามต้นทุนหรือทรัพย์สินในการดำรงชีพ คือด้านต้นทุนมนุษย์ ได้แก่ ทักษะความรู้  แรงงาน   ศักยภาพการเป็นผู้นำ  ต้นทุนธรรมชาติ ได้แก่ ดิน น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ     ต้นทุนการเงิน ได้แก่ เงินสะสม และเงินไหลเวียนที่นำมาลงทุน      ต้นทุนกายภาพ ได้แก่ การคมนาคม การเข้าถึงตลาดสินค้า วัสดุที่ใช้ในการผลิต การเปิดรับข่าวสาร และจำนวนการผลิต    ต้นทุนสังคม ได้แก่ การเป็นสมาชิกกลุ่ม การมีส่วนร่วม และการได้รับการอำนวยความสะดวก      โดยการวัดความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตจากตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์ที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยั่งยืน ได้แก่ การมีรายได้เพิ่มขึ้น  ความมั่นคงด้านอาหาร การเพิ่มการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  การลดความอ่อนแอ  ความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ  จะให้ความน่าเชื่อถือมากกว่าการวัดจากความพึงพอใจตามวัตถุประสงค์ของเกษตรกร เนื่องจากความพึงพอใจในความสำเร็จตามวัตถุประสงค์การปรับปรุงการผลิตไม่แสดงความสัมพันธ์กับต้นทุนการปรับปรุง ทำให้ไม่สามารถวางแผนการจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรได้ แต่การใช้ตัวชี้วัดจากผลลัพธ์ที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างยืนสามารถแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างความสำเร็จและต้นทุนบางประเภท  ขณะเดียวกันก็สามารถพยากรณ์ได้ว่าควรปรับปรุงสภาพต้นทุนด้านใดบ้างที่จะทำให้เกษตรกรมีความสำเร็จในการปรับปรุงการผลิตที่นำไปสู่การดำรงชีพที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้น ดังเช่นผลการวิจัยที่พบว่าการปรับปรุงการผลิตที่นำไปสู่การดำรงชีพอย่างอย่างยืนของเกษตรกรบ้านพรวน ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ควรมีการปรับปรุงด้านต่างๆร่วมกันคือ การเพิ่มความเหมาะสมของดินทำการเกษตร   การเปิดรับข่าวสารการเกษตร  ศักยภาพความเป็นผู้นำ  จำนวนพื้นที่ร่องสวนไม้ผล  จำนวนการผลิตโค และจำนวนพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งในนาข้าว

 

 

 

 

 

 


 

กล่องข้อความ: ยุทธ์วิธีการผลิต(เดิม)   ข้าวเพื่อบริโภค   ตาลโตนด โคพื้นเมือง สุกรพื้นเมือง ไก่