การจัดระบบการปลูกพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน
ผลการศึกษาระบบการปลูกพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน พบว่าสามารถปลูกพืชแซมได้เป็น
ระยะเวลา 4 ปี โดยพื้นที่ปลูกพืชแซมระหว่างแถวไม้ผลจะลดลงตามจำนวนอายุของมะม่วงที่มากขึ้น คือ มีระยะระหว่างแถวที่ปลูกพืชแซมกว้าง 4 , 4 , 3 และ 2 เมตร หรือ มีพื้นที่ปลูก 640 , 640 , 480 และ 320
ตารางเมตร/ไร่ ในปีที่1 , 2 , 3 และ4 ตามลำดับ การจัดระบบการปลูกพืชแซมไม้ผลทั้ง 6 ระบบคือ ระบบคะน้า พริก , คะน้า - มะเขือ , แตงกวา ข้าวโพดหวาน , สับปะรด , กล้วย และ อ้อยคั้นน้ำ สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้
2.1 การจัดระบบการปลูกพืช และการให้ผลผลิต
2.1.1 ระบบ คะน้า พริก
การจัดระบบการปลูกพืช คะน้า พริก - คะน้า
ช่วงอายุปลูก คะน้ามีช่วงอายุปลูกเฉลี่ย 40 วัน ส่วนพริกมีช่วงอายุเฉลี่ย 150 วัน
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกคะน้า ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ปลูกพริกเดือน มีนาคม - กรกฎาคม และ คะน้ารุ่นที่ 2 เดือน สิงหาคม - กันยายน (เดือน ตุลาคม - ธันวาคม มีฝนตกชุกพืชมักได้รับความเสียหาย)
การผลิต
การปลูกคะน้าในพื้นที่ร่องสวนดินเหนียวจัดที่ดินมีการจับตัวเป็นก้อนแข็ง มีผลทำให้คะน้ามีการเจริญเติบโตได้ในระดับปานกลาง ปัญหาสำคัญที่ควรระวังคือการระบาดของแมลงในการปลูกคะน้าช่วงที่สอง จึงควรมีการตรวจนับแมลงอย่างสม่ำเสมอ ส่วนพริกเจริญเติบโตได้ดีมาก เริ่มเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 80-90 วัน ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 60-90 วัน พบปัญหาโรคกุ้งแห้งบ้างเล็กน้อย
ผลผลิต
คะน้าให้ผลผลิต 2,660 , 2,400 , 1,607 และ 500 กิโลกรัม/ไร่ ส่วน พริก ให้ผลผลิต 499 , 497 , 480 และ205 กิโลกรัม/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล ของคะน้า 7,167 และพริก 1,681 กิโลกรัม/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
ในช่วงปีที่ 3 และ4 ไม้ผลมีทรงพุ่มค่อนข้างกว้างทำให้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชแซม คือ คะน้าให้ผลผลิตลดลง ส่วนพริกได้รับผลกระทบมากในปีที่ 4 ศักยภาพการให้ผลผลิตพบว่า คะน้าสามารถให้ผลผลิต 3,360 , 3,040 , 2,720 และ 1,280 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น และพริกให้ผลผลิต 1,280 ,1,280 , 1600 และ 960 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ( ศักยภาพการผลิต ประเมินจากการผลิตพืชในพื้นที่ปลูก1,600 ตารางเมตร)
2.1.2 ระบบ คะน้า มะเขือ
การจัดระบบการปลูกพืช มีแนวทางการผลิตในรอบปีได้ 2 แบบคือ คะน้า - มะเขือ - คะน้า หรือปลูก คะน้า - มะเขือ มะเขือ(ตัดต้นตอ เลี้ยงต้นใหม่)
ช่วงอายุปลูก คะน้ามีอายุปลูก 40 วัน ส่วนมะเขือมีอายุตลอดฤดูปลูก 120 วัน
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกคะน้าช่วงเดือน มกราคม กุมภาพันธ์ ปลูกมะเขือ เดือน มีนาคม - มิถุนายน และปลูกคะน้า รุ่นต่อไป หรือตัดต้นมะเขือให้แตกใหม่
การผลิต
มะเขือเจริญเติบโตได้ดีมาก เริ่มเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 50-60 วัน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 60 วัน ไม่พบการทำลายของหนอนเจาะผล ส่วนคะน้ามีการผลิตเช่นเดียวกับระบบแรก
ผลผลิต
คะน้าให้ผลผลิต 2,745 , 2,800 , 1,185 และ 400 กิโลกรัม/ไร่ มะเขือ ให้ผลผลิต 1,633 , 1,120 , 4,566 และ 1,520 กิโลกรัม/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล
ของคะน้า 7,130 และมะเขือ 8,839 กิโลกรัม/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
คะน้าได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับระบบแรก แต่มะเขือไม่ได้รับผลกระทบจากร่มเงาไม้ผล คือ คะน้าสามารถให้ผลผลิต 3,360 , 3,360 , 1920 และ 960 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ส่วนมะเขือให้ผลผลิต 4,160 , 2,880 , 7,680 และ 7,680 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลผลิตมะเขือในปีที่ 3 สูงกว่าปีอื่นๆเนื่องจากหลังเก็บเกี่ยวครั้งที่ 1 แล้วมีการตัดต้นมะเขือให้แตกหน่อใหม่เพื่อเก็บผลผลิตรุ่นที่ 2
2.1.3 ระบบ แตงกวา ข้าวโพดหวาน
การจัดระบบการปลูกพืช แตงกวา ข้าวโพดหวาน แตงกวา ข้าวโพดหวาน แตงกวา
ช่วงอายุปลูก แตงกวา มีอายุเฉลี่ย 50 วัน ส่วน ข้าวโพดหวานมีอายุเฉลี่ยตลอดฤดูปลูก 76 วัน
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกแตงกวา เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ข้าวโพดหวาน มีนาคม
พฤษภาคม แตงกวารุ่นที่ 2 พฤษภาคม - กรกฎาคม ข้าวโพดหวานรุ่นที่ 2 กรกฎาคม - ตุลาคม และ แตงกวารุ่นที่ 3 ตุลาคม - พฤศจิกายน
การผลิต
แตงกวาเจริญเติบโตทางลำต้นได้ดีตลอดช่วงปลูก แต่มีข้อควรระวังคืออาการเฝือใบจากการได้รับน้ำมากเกินไปในการปลูกรุ่นที่ 3 ซึ่งแก้ไขด้วยการลดปริมาณและความถี่การให้น้ำชลประทานลง เริ่มเก็บผลผลิตเมื่ออายุ 35-40 วัน ระยะเวลาการเก็บผลผลิตประมาณ 14 วัน ส่วนข้าวโพดหวาน เจริญเติบโตได้ดีเช่นกัน ทั้งสองพืชไม่พบปัญหาโรคแมลง
ผลผลิต
แตงกวาให้ผลผลิต 5,652 , 4,712 , 3,485 และ 1,260 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวโพดหวาน ให้ผลผลิต 9,880 , 8,950 , 5,918 และ3,175 ฝัก/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล ของแตงกวา 15,107 กิโลกรัม/ไร่ และข้าวโพดหวาน 27,932 ฝัก/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
แตงกวาและข้าวโพดหวานได้รับผลกระทบจากร่มเงาไม้ผลทำให้ผลผลิตลดลงเล็กน้อย คือแตงกวาสามารถให้ผลผลิต 4,640 , 4,000 , 3,840 และ 2080 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ส่วนข้าวโพดหวานให้ผลผลิต 12,320 , 11,200 , 9,920 และ 8,000 ฝัก/ไร่/รุ่น ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ
2.1.4 ระบบสับปะรด
ช่วงอายุปลูก สับปะรดมีอายุเฉลี่ย 2 ปี
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกสับปะรดเก็บผลผลิตได้ 2 ครั้ง เมื่ออายุ 13 เดือน และอายุ 24 เดือน แล้วปลูกใหม่รุ่นที่ 2
การผลิต
สับปะรด เจริญเติบโตได้ดีเนื่องจากได้รับน้ำสม่ำเสมอ ปัญหาที่ควรระวังคือหนูทำลายผลผลิต จึงควรทำแปลงให้สะอาดไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของหนู
ผลผลิต
สับปะรดให้ผลผลิต 1,680 และ 1,220 กิโลกรัม/ไร่ ในปีที่ 2 และ 4 ตามลำดับ ผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล ของสับปะรด 2,900 กิโลกรัม/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
สับปะรด ไม่ได้รับผลกระทบจากร่มเงาไม้ผล สามารถให้ผลผลิต 4,160 และ 4,000 กิโลกรัม/ไร่/รุ่น ในปีที่ 2 และ 4 ตามลำดับ น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.7 กิโลกรัม/ผล ขนาดรอบผล 45 เซนติเมตร ความยาวผล 22 เซนติเมตร
2.1.5 ระบบกล้วย
ช่วงอายุปลูก กล้วยมีอายุ 4 ปี
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกกล้วยเก็บผลผลิตครั้งแรกเมื่ออายุ 8 เดือน และสามารถเก็บเกี่ยวเป็นระยะจนหมดอายุปลูกในปีที่ 4
การผลิต
กล้วย เจริญเติบโตได้ดี ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ ปัญหาที่พบคือการชะงักการเจริญเติบโตหลังผ่านช่วงน้ำท่วมในเดือน ธันวาคม ซึ่งจำเป็นต้องมีการทำร่องระบายน้ำในแปลงก่อนช่วงน้ำท่วม และตัดแต่งใบหลังจากน้ำท่วม
ผลผลิต
กล้วยให้ผลผลิต 340 , 1,980 , 264 และ 808 หวี/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4ตามลำดับ ผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล ของกล้วย 6,784 หวี/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
กล้วย ไม่ได้รับผลกระทบจากร่มเงาไม้ผล สามารถให้ผลผลิต 800 , 4,960 , 960 และ 4,000 หวี/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ การออกหวีพบว่ามีจำนวน 7 หวี/เครือ ทั้งนี้การให้ผลผลิตของกล้วยจะให้ผลผลิตแบบปีเว้นปีเนื่องจากช่วงปีที่ 1 และ3 ผลผลิตเกิดจากหน่อใหม่ที่เพิ่งเจริญเติบโต
2.1.6 ระบบอ้อยคั้นน้ำ
ช่วงอายุปลูก อ้อยคั้นน้ำมีอายุเฉลี่ย 2 ปี
ปฏิทินการปลูกพืช ปลูกอ้อยคั้นน้ำเก็บผลผลิต 3 รุ่น เมื่อ อายุ 8 เดือน , 17 เดือน และ 26 เดือน จึงปลูกใหม่
การผลิต
อ้อย เจริญเติบโตได้ดีมาก ไม่มีปัญหาโรคแมลง แต่พบอ้อยลำต้นคดงอและล้มเนื่องจากดินอ่อนตัว ลมแรง และเป็นลักษณะด้อยของพันธุ์สิงคโปร์ ซึ่งแก้ไขด้วยการใช้ไม้ปักพยุงลำต้นให้แข็งแรง
ผลผลิต
อ้อยคั้นน้ำให้ผลผลิต 9,600 , 11,160 , 4,372 และ 6,372 กิโลกรัม/ไร่ ในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ผลผลิตรวมตลอดช่วงการปลูกพืชแซมไม้ผล ของอ้อยคั้นน้ำ 31,504 กิโลกรัม/ไร่
ศักยภาพการให้ผลผลิต
อ้อยคั้นน้ำ ไม่ได้รับผลกระทบจากร่มเงาไม้ผล สามารถให้ผลผลิต 24,000 , 28,640 , 14,560 และ31,840 กิโลกรัม/ไร่/รุ่นในปีที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลผลิตอ้อยคั้นน้ำจะแปรผันตามจำนวนต้นที่แตกหน่อเพิ่มขึ้น ในรุ่นที่ 2 และลดลงในรุ่นที่ 3 ส่วนปีที่ 4 เริ่มปลูกใหม่อีกครั้ง ซึ่งมีจำนวนต้น/กอ 7.3 , 9.0 , 3.4 และ 8.3 ต้น/กอ ตามลำดับ องค์ประกอบผลผลิตพบว่าให้น้ำหนักต้นเฉลี่ย 2.2 กิโลกรัม/ต้น น้ำหนักยอด 0.6 กิโลกรัม/ต้น ความยาวต้น 240 เซนติเมตร ความยาวปล้อง 12 เซนติเมตร ขนาดรอบปล้อง 12 เซนติเมตร(ตารางที่ 5)
2.2 ต้นทุนการปลูกพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน
รายการต้นทุนการปลูกพืชแซมคิดจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมดิน พันธุ์พืช ปุ๋ย และการให้น้ำ โดยต้นทุนการผลิตพืชอายุสั้นได้แก่คะน้า , พริก , มะเขือ , แตงกวา และ ข้าวโพดหวาน จะลดลงตามจำนวนพื้นที่ระหว่างแถวไม้ผลที่ลดลง ส่วนพืชอายุข้ามปีได้แก่ สับปะรด และอ้อยคั้นน้ำ ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการปลูกพืชรุ่นใหม่ รายการใช้จ่ายสำคัญที่ทำให้ต้นทุนรวมสูงคือค่าต้นพันธุ์
รวมต้นทุนการผลิตตลอดช่วงปลูกเป็นพืชแซมไม้ผลระยะเวลา 4 ปี ในแต่ละระบบการปลูกพืชพบว่าระบบ แตงกวา ข้าวโพดหวาน มีต้นทุนรวมสูงสุด รองลงมาคือ สับปะรด , อ้อยคั้นน้ำ ,ระบบคะน้า พริก , มะเขือ คะน้า และ กล้วย โดยมีต้นทุน 9,225 , 7,173 , 6,875 , 5,862 , 5,817 และ 2,390 บาท/ไร่ ตามลำดับ (ตารางที่ 6)
2.3 รายได้และรายได้สุทธิการปลูกพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน
คะน้า , พริก , มะเขือ , แตงกวา , ข้าวโพดหวาน ,สับปะรด , กล้วย และอ้อยคั้นน้ำ มีราคาขายผลผลิตเฉลี่ย 6 , 50 , 5 , 4 , 2 , 4 , 6 และ 3 บาท/กิโลกรัม(ข้าวโพดหวาน บาท/ฝัก) ความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าจะขึ้นกับช่วงฤดูกาลและปริมาณสินค้าในตลาด โดยสินค้าประเภทพืชผัก(คะน้า , พริก , มะเขือ , แตงกวา ) ภาวะราคาจะสูงในเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงฝนตกชุก สินค้าในตลาดมีน้อย เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกผักไม่ได้ ส่วนสินค้าประเภทผลไม้( ข้าวโพดหวาน ,สับปะรด , กล้วย และอ้อยคั้นน้ำ)จะมีความเคลื่อนไหวราคาในทางกลับกัน ระดับความแตกต่างของราคาสูงสุดจะสูงกว่าราคาเฉลี่ยประมาณ 2 เท่า ซึ่งพืชแซมแต่ละระบบให้รายได้และรายได้สุทธิดังนี้
2.3.1 ระบบคะน้า พริก
รายได้
คะน้าและพริกมีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 43,002 และ 84,050 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 10,750.5 และ 21,012.5 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้ 127,052 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 31,763 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
คะน้าและพริกมีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 39,927และ 81,260 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 9,981.75 และ 20,315.75 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้สุทธิ 121,190 บาท/ไร่ในช่วงระยะเวลา 4 ปี หรือเฉลี่ย 30,297.5 บาท/ไร่/ปี
2.3.2 ระบบคะน้า - มะเขือ
รายได้
คะน้าและมะเขือมีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 42,780 และ 44,195 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 10,695 และ 11,048.75 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้ 86,975 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 21,743.75 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
คะน้าและ มะเขือ มีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 39,705และ 41,453 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 9,926.25 และ 10,363.25 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้สุทธิ 81,158 บาท/ไร่ ในช่วงระยะเวลา 4 ปี หรือเฉลี่ย 20,289.5 บาท/ไร่/ปี
2.3.3 ระบบ แตงกวา ข้าวโพดหวาน
รายได้
แตงกวาและข้าวโพดหวาน มีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 60,428 และ 55,846 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 15,107 และ 13,961.5 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้ 116,274 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 29,068.5 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
แตงกวาและข้าวโพดหวาน มีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 55,627และ 51,424 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 13,906.75 และ 12,856 บาท/ไร่/ปี ตามลำดับ
รวมทั้งระบบมีรายได้สุทธิ 107,051 บาท/ไร่ ในช่วงระยะเวลา 4 ปี หรือเฉลี่ย 26,762.75 บาท/ไร่/ปี
2.3.4 ระบบสับปะรด
รายได้
สับปะรดมีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 11,600 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 2,900 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
สับปะรด มีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 4,427 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,106.75 บาท/ไร่/ปี
2.3.5 ระบบกล้วย
รายได้
กล้วยมีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 20,352 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 4,490.5 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
กล้วย มีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 17,962 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 4,490.5 บาท/ไร่/ปี
2.3.6 ระบบอ้อยคั้นน้ำ
รายได้
อ้อยคั้นน้ำมีรายได้รวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 94,512 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 23,628 บาท/ไร่/ปี
รายได้สุทธิ
อ้อยคั้นน้ำ มีรายได้สุทธิรวมตลอดช่วงปลูกแซมไม้ผล 4 ปี 87,637 บาท/ไร่ หรือเฉลี่ย 21,909.25 บาท/ไร่/ปี (ตารางที่ 7)
2.4 การใช้แรงงาน และค่าตอบแทนการใช้แรงงาน
การปลูกพืชแซมบนร่องสวน ที่แปรสภาพจากพื้นที่นาของเกษตรกรนั้น มีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มรายได้เงินสด จากการใช้แรงงานที่มีอยู่ในครัวเรือน ซึ่งปกติแรงงานส่วนนี้จะใช้ในการทำนา หรือเป็นแรงงานว่างงานนอกฤดูกาลทำนา
กิจกรรมการปลูกพืชที่มีการคิดค่าการใช้แรงงานได้แก่ การย่อยดิน , ยกร่อง , เตรียมหลุม , ปลูก ถอนแยก , กำจัดวัชพืช , ใส่ปุ๋ย , ให้น้ำ และเก็บเกี่ยว ซึ่งพืชประเภทพืชอายุสั้นแต่ละแต่ละชนิดได้แก่ คะน้า , พริก , มะเขือ , แตงกวา และข้าวโพดหวาน จะมีการใช้แรงงานค่อนข้างสูงใกล้เคียงกัน โดยแตงกวามีการใช้แรงงานสูงเนื่องจากจำนวนรุ่นปลูก/ปี มีมากกว่าพืชอื่น ส่วนพืชอายุข้ามปีจะมีการใช้แรงงานค่อนข้างน้อย ยกเว้นอ้อยคั้นน้ำที่มีการใช้แรงงานสูงเนื่องจากมีกิจกรรมที่ปฏิบัติประจำคือการลอกกาบใบ และการให้น้ำ ซึ่งแต่ละระบบมีการใช้แรงงานและมีค่าตอบแทนการใช้แรงงานดังนี้
2.4.1 ระบบคะน้า พริก
การปลูกคะน้าและพริก มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 104 และ 126 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 26 และ 31.5 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 383.9 และ 644.9 บาท/วันทำงาน
รวมทั้งระบบมีการใช้แรงงาน 230 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 57.5 วันทำงาน/ปี คิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงาน 526.9 บาท/วันทำงาน
2.4.2 ระบบคะน้า มะเขือ
การปลูกคะน้าและมะเขือ มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 104 และ 118 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 26 และ 29.5 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 381.8 และ 350.9 บาท/วันทำงาน
รวมทั้งระบบมีการใช้แรงงาน 222 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 55.5 วันทำงาน/ปี คิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงาน 365.4 บาท/วันทำงาน
2.4.3 ระบบแตงกวา - ข้าวโพดหวาน
การปลูกแตงกวาและข้าวโพดหวาน มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 175 และ 110 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 43.8 และ 27.5 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 317.9 และ 467.5 บาท/วันทำงาน
รวมทั้งระบบมีการใช้แรงงาน 285 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 71.3 วันทำงาน/ปี คิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงาน 375.6 บาท/วันทำงาน
2.4.4 ระบบสับปะรด
การปลูกสับปะรด มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 82 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 20.5 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 54 บาท/วันทำงาน
2.4.5 ระบบกล้วย
การปลูกกล้วย มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 97 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 24.3 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 185.2 บาท/วันทำงาน
2.4.6 ระบบอ้อยคั้นน้ำ
การปลูกอ้อยคั้นน้ำ มีการใช้แรงงานตลอดช่วงการปลูกเป็นพืชแซมร่องสวนไม้ผล 4 ปี รวม 161 วันทำงาน หรือเฉลี่ย 40.3 วันทำงาน/ปี โดยคิดเป็นค่าตอบแทนการใช้แรงงานรวม 545.3บาท/วันทำงาน(ตารางที่ 8)
2.5. ผลกระทบของการปลูกพืชแซมต่อไม้ผลบนร่องสวน
การวัดการเจริญเติบโตของไม้ผลเมื่ออายุ 4 ปี หลังสิ้นสุดการปลูกพืชแซมพบว่า ไม้ผลมีการเจริญเติบโตแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างไม้ผลที่มีการปลูกพืชแซม กับไม้ผลที่ไม่มีการปลูกพืชแซม คือ วัดรอบโคนต้น ความกว้างทรงพุ่ม ความสูงต้น ได้ 53 417 399 และ 32 255 230 เซนติเมตร ในไม้ผลที่มีการปลูกพืชแซมและไม่ปลูกพืชแซม ตามลำดับ
ส่วนการเจริญเติบโตของไม้ผลที่ปลูกพืชแซมระบบต่างๆพบว่าวัดการเจริญเติบโตของรอบโคนต้น ความกว้างทรงพุ่ม ความสูงต้น ได้ดังนี้
2.5.1 ระบบคะน้า พริก วัดการเจริญเติบโตได้ 60 430 400 เซนติเมตร
2.5.2 ระบบคะน้า มะเขือ วัดการเจริญเติบโตได้ 45 350 385 เซนติเมตร
2.5.3 ระบบ แตงกวา ข้าวโพดหวาน วัดการเจริญเติบโตได้ 58 485 540 เซนติเมตร
2.5.4 ระบบ สับปะรด วัดการเจริญเติบโตได้ 52 450 410 เซนติเมตร
2.5.5 ระบบกล้วย วัดการเจริญเติบโตได้ 53 392 410 เซนติเมตร
2.5.6 ระบบอ้อยคั้นน้ำ วัดการเจริญเติบโตได้ 51 400 350 เซนติเมตร
(ตารางที่ 9)
2.6. ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดินบนร่องสวน
การเก็บตัวอย่างดินบนร่องสวน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีของดิน จากการปลูกพืชระบบต่างๆ ตั้งแต่เริ่มปลูกพืชจนถึงการปลูกพืชในปีสุดท้ายผลปรากฏว่าสภาพทางเคมีของดินบนร่องสวนมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
2.6.1 ความเป็นกรดด่าง(pH)
ระดับความเป็นกรดด่างของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นกรดเพิ่มขึ้นในปีที่ 4 คือมีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเคมีจากระดับกรดปานกลางถึงด่างอ่อน เป็นกรดปานกลางถึงเป็นกรดจัดมาก
( pH3.2 5.6)
2.6.2 อินทรีย์วัตถุ ( Organic matter)
ระดับอินทรีย์วัตถุของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงเล็กน้อยในปีที่ 4 คือมีระดับ อินทรีย์วัตถุอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ (0.50 1.03 %)
2.6.3 ไนโตรเจน (N)
ระดับไนโตรเจน ของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีปริมาณไนโตรเจนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในปีที่ 4 คือมีไนโตรเจนอยู่ในระดับต่ำมาก (N. 0.03 0.05 %)
2.6.4 ฟอสฟอรัส (Available P)
ระดับฟอสฟอรัสของดินบนร่องสวน พบว่าดินในระบบ คะน้า มะเขือ มีปริมาณ ฟอสฟอรัสเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า ขณะที่ดินปลูกอ้อยคั้นน้ำ มีปริมาณลดลงหลายเท่าเช่นกัน ดินที่มีฟอสฟอรัสสูงได้แก่ดินในระบบคะน้า พริก และ คะน้า มะเขือ ซึ่งมีปริมาณ ฟอสฟอรัส 985.0 และ1,107.0 ppm. ส่วนระบบอื่นๆยังมีระดับฟอสฟอรัสสูง ยกเว้นระบบกล้วยที่มีปริมาณต่ำ
2.6.5 โปแตสเซี่ยม (Available K)
ระดับโปแตสเซี่ยมของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงเล็กน้อยในปีที่ 4 ยกเว้นระบบอ้อยคั้นน้ำที่มีปริมาณลดลงค่อนข้างมาก แต่ยังอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงมาก(K. 71 275 ppm.)
2.6.6 คาร์บอน (C)
ระดับคาร์บอนของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงเล็กน้อยในปีที่ 4 (C. 0.29 0.60%)
2.6.7 ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (CEC.)
ระดับความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงเล็กน้อยในปีที่ 4 แต่ปริมาณยังอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง(CEC. 13.97 18.73 meq./100g)
2.6.8 ค่าประจุบวกที่เปลี่ยนแปลงได้ ( EC.)
แคลเซี่ยม (Ca ++)
ระดับค่าประจุบวกที่เปลี่ยนแปลงได้ของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงปานกลาง(EC. 8.25 25.45 meq/100g)
แมกนีเซี่ยม (Mg**)
ระดับค่าประจุบวกที่เปลี่ยนแปลงได้ของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงปานกลาง(EC.0.76 9.45 meq/100g)
โปแตสเซี่ยม (K*)
ระดับค่าประจุบวกที่เปลี่ยนแปลงได้ของดินบนร่องสวนส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย(EC. 0.43 0.68 meq/100g)
การเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดินบนร่องสวนที่มีการปลูกพืชแซมเมื่อเปรียบเทียบกับดินไม่ปลูกพืชแซม และดินนาบริเวณใกล้เคียงพบว่าการปลูกพืชแซมทำให้ดินมีคุณสมบัติทางเคมีที่ดีกว่า
(ตารางที่ 10)
ตารางที่ 5 ผลผลิต ของพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน พื้นที่ฝายวิจัยระบบเกษตรกรรม
ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง(กิโลกรัม/ไร่)
|
ระบบ |
ปีที่1 |
ปีที่2 |
ปีที่3 |
ปีที่4 |
รวม |
|
คะน้า พริก |
2,660 499 |
2,400 497 |
1,607 480 |
500 205 |
7,167 1,681 |
|
คะน้า มะเขือ |
2,745 1,633 |
2,800 1,120 |
1,185 4,566 |
400 1,520 |
7,130 8,839 |
|
แตงกวา ข้าวโพดหวาน |
5,652 9,880 |
4,710 8,950 |
3,485 5,918 |
1,260 3,175 |
15,107 27,923 |
|
สับปะรด |
- |
1,680 |
- |
1,220 |
2,900 |
|
กล้วย |
340 |
1,980 |
264 |
808 |
3,392 |
|
อ้อย |
9,600 |
11,160 |
4,372 |
6,372 |
31,504 |
หมายเหตุ ข้าวโพดหวาน หน่วย ฝัก/ไร่
ตารางที่ 6 ต้นทุนผันแปรการผลิตพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน พื้นที่ฝายวิจัยระบบเกษตรกรรม
ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง(บาท/ไร่)
|
ระบบ |
ปีที่1 |
ปีที่2 |
ปีที่3 |
ปีที่4 |
รวม4 ปี |
รวมทั้งระบบ |
|
คะน้า พริก |
978 865 |
978 865 |
650 645 |
469 412 |
3,075 2,787 |
5,862 |
|
คะน้า มะเขือ |
978 865 |
978 865 |
650 600 |
469 412 |
3,075 2,742 |
5,817 |
|
แตงกวา ข้าวโพดหวาน |
1,479 1,363 |
1,479 1,363 |
1,108 1,021 |
735 677 |
4,801 4,424 |
9,225 |
|
สับปะรด |
3,617 |
595 |
2,671 |
290 |
7,173 |
7,173 |
|
กล้วย |
925 |
595 |
470 |
400 |
2,390 |
2,390 |
|
อ้อย |
3,400 |
1,190 |
890 |
1,395 |
6,875 |
6,875 |
ตารางที่ 7 รายได้ รายได้สุทธิของพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน พื้นที่ฝายวิจัยระบบเกษตรกรรม
ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง(บาท/ไร่)
|
ระบบ |
รายได้ |
รายได้สุทธิ |
||||||||||
|
ปีที่1 |
ปีที่2 |
ปีที่3 |
ปีที่4 |
รวม 4ปี |
รวมทั้งระบบ |
ปีที่1 |
ปีที่2 |
ปีที่3 |
ปีที่4 |
รวม4ปี |
รวมทั้งระบบ |
|
|
คะน้า(6) พริก(50) |
15,960 24,950 |
14,400 24,850 |
9,642 24,000 |
3,000 10,250 |
43,002 84,050 |
127,052 |
14,982 24,085 |
13,422 23,985 |
8,992 23,355 |
2,531 9,838 |
39,927 81,263 |
121,190 |
|
คะน้า(6) มะเขือ(5) |
16,470 8,165 |
16,800 5,600 |
| |||||||||