งานวิจัยและพัฒนา
การศึกษาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการผลิตมังคุดคุณภาพในจังหวัดพัทลุง ปี2550
กลุ่มวิชาการพัทลุง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่8
--------------------------
1. หลักการ จังหวัดพัทลุงปลูกมังคุดประมาณ
10,000 ไร่ การตลาดมังคุดมีการขายส่งออกให้กับพ่อค้าต่างจังหวัดเป็นบางปี
สภาพปัญหาการผลิตสำคัญคือผลผลิตคุณภาพดีมีน้อย
ปริมาณการผลิตไม่แน่นอนข้อมูลไม่ชัดเจน
การปรับปรุงระบบการผลิตตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม(GAP) ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นจะเป็นแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรในพื้นที่
2.
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตมังคุดคุณภาพดีเพิ่มขึ้น
30 %
3. สถานที่ดำเนินการ ต.ลำสินธิ์ กิ่งอ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เกษตรกรร่วมโครงการ 8 ราย
4. ระยะเวลาดำเนินงาน ปี2549-2551
5. วิธีการ พัฒนาเทคโนโลยีแบบชุมชนมีส่วนร่วม
โดยชุมชนกำหนดประเด็นการศึกษา ร่วมดำเนินการทดสอบ และศึกษาบทเรียน
โดยมีโจทย์วิจัยดังนี้
5.1
การศึกษาเทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพมังคุดโดยวิธี GAP
5.2
การศึกษาเทคโนโลยี การเพิ่มคุณภาพมังคุดโดยวิธีการผลิตเพื่อนำไปสู่มังคุดอินทรีย์
5.3 การศึกษาเทคโนโลยีการผลิตมังคุดนอกฤดู
6. ความก้าวหน้าโครงการ
6.1
เทคโนโลยีการผลิตมังคุดคุณภาพ GAP
กรรมวิธีที่ทดสอบ คือ
1) แบบ GAP ใส่ปุ๋ยคอก
4 เท่าของขนาดทรงพุ่ม + ปุ๋ย15-15-15 หลังตัดแต่ง 1
ใน3ของขนาดทรงพุ่ม
+ ปุ๋ย 8-24-24 เมื่อใบ 7-9 สัปดาห์ 1ใน3ของขนาดทรงพุ่ม + ปุ๋ย 13-13-21 เมื่อผลอายุ 4 เดือน 1ใน3
ของขนาดทรงพุ่ม + พ่น 10-20-30 60
กรัมผสมฮิวมิค 20 cc. 3 ครั้งช่วง 6-9 สัปดาห์
2) แบบGAP
+ชีวภาพ GAP + ปุ๋ยชีวภาพน้ำสำเร็จรูป
30 cc. ผสมฮิวมิค 20 cc. 2 ครั้ง ช่วง
ใบอ่อน
4 และ 8สัปดาห์
+ปุ๋ยชีวภาพเม็ดสำเร็จรูป 4 กก./ต้น เมื่อ ใบอ่อน 4 และ8 สัปดาห์
และผลอายุ 4 สัปดาห์
3) แบบ
เกษตรกร
ปุ๋ยคอก
อัตรา 25 กก./ต้น +ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 2 กก./ต้น หลังตัด
แต่ง
+ ปุ๋ย13-13-21 อัตรา 2 กก./ต้น เมื่ออายุผล 2 สัปดาห์
ผลการทดสอบ
ปี2549
ช่วงการเติบโตของมังคุดก่อนทดลอง
มังคุดอยู่ในระยะรอให้กระทบแล้งเพื่อนำไปสู่การชักนำการออกดอก
ระหว่างการปล่อยให้กระทบแล้ง
เกิดฝนตกทำให้แตกใบอ่อนและพบหนอนกินใบระบาดทำลายตั้งแต่ระยะแตกตาใบจนถึงแตกใบอ่อน
โดยปกติเกษตรกรจะไม่ป้องกันกำจัด จึงทำให้ใบอ่อนเสียหายเกินระดับควบคุม การจัดการแนะนำ ให้เฝ้าระวังศัตรูพืช
และใช้สารสกัดยาสูบฉีดพ่นตั้งแต่เริ่มแตกตาใบ
ผลการทดสอบทุกการทดลองใบเบื้องต้นพบว่ามังคุดในแปลงทดสอบมีการเจริญเติบโตด้านการแตกใบ
ออกดอก ดีกว่าแปลงเปรียบเทียบหรือแปลงเดิมของเกษตรกร
อย่างไรก็ตามการทุกการทดลองได้รับผลกระทบจากภาวะฝนกระจายตัวตลอดปีทำให้มังคุดไม่ติดดอกตามฤดูกาลปกติคือประมาณเดือน
มี.ค. เก็บเกี่ยวประมาณ เดือน ก.ค.-ส.ค. แต่จะออกนอกฤดูกาลคือออกดอกช่วง ส.ค.-ก.ย.
จะออกผลช่วง ม.ค.-ก.พ. รายละเอียดดังนี้
1.1 การแตกใบอ่อน มังคุดแตกใบอ่อนครั้งที่1
เดือนก.พ.-มี.ค. ปริมาณ 64.8 % ของยอด และแตกใบอ่อนครั้งที่2 ช่วงเดือน
เม.ย.-พ.ค.หรือมิ.ย. ปริมาณ 55.3 % ของยอด
1.2
การระบาดของศัตรูพืช พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนรุ่นที่1
ปริมาณ 46.2 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย
42.1 % ของจำนวนยอด และพบโรคใบจุด
50%ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย 10.5%
1.3
การออกดอก ออกดอกช่วงปลายเดือน เม.ย.
7.7% ส.ค.-ปลายเดือน ก.ย. 65.4 % ของต้นทดลอง ปริมาณดอก 16.0 % ของยอด
1.4
การให้ผลผลิต ต้นทดลอง
7.7% ที่ออกดอกช่วงเดือน เม.ย. และเก็บผลผลิต 8 ส.ค. ผลผลิตเฉลี่ย 8.3 กก./ต้น มีจำนวนผลขนาด 80
กรัมขึ้นไป 66.8 % ผลน้อยกว่า 80กรัม 33.2 % ผลผิวมัน
92.3% ผลยางไหล 7.7 % และผลที่มีเนื้อแก้ว
14.3 %
1.5 แปลงเปรียบเทียบ แตกใบอ่อนครั้งที่1 เดือนก.พ.-มี.ค.
ปริมาณ 68.9 % ของยอด
และแตกใบอ่อนครั้งที่2 ช่วงเดือน ย.-พ.ค.-มิ.ย. และส.ค. บางส่วน ปริมาณ
76.9 % ของยอด พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนรุ่นที่1
ปริมาณ 38.8 %
และรุ่นที่2 ปริมาณ 18.8 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย 32.1 % ของจำนวนยอด
และพบโรคใบจุด 3.4 %ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย 5% ออกดอกช่วงปลายเดือน
ส.ค.-ปลายเดือน ก.ย. จำนวนต้นออกดอก 37.9 % ของต้นทดลอง
ปริมาณดอก 7.3 %
ของยอด และไม่มีต้นให้ผลผลิต
ปี2550
ผลผลิตรุ่นที่1
มังคุดเก็บผลผลิตตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม49-ปลายเดือนมกราคม50
ปรากฏว่ามังคุดแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตต่อต้น
และจำนวนผลต่อต้นแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่งดังนี้ ผลผลิตต่อต้น วิธี GAPและGAP + ปุ๋ยชีวภาพ ให้ผลผลิตสูงสุดไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าวิธีเกษตรกร คือ
14.7 , 12.5 และ 3.5 กก./ต้น ตามลำดับ
และให้จำนวนผล/ต้น สูงกว่าวิธีเกษตรกร คือ 142.4 ,122.5 และ 37.3 ผล/ต้นตามลำดับ
ด้านคุณภาพผลผลิตพบว่า
วิธี GAPและGAP + ปุ๋ยชีวภาพ ให้จำนวนผลผลิตขนาด 80
กรัมขึ้นไป สูงสุดไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าวิธีเกษตรกรคือ 99.9 ,81.2 และ 22.9
ผล/ต้น ตามลำดับ ให้ผลขนาด 70-
คุณภาพด้านผิวมัน พบว่าไม่ต่างกัน
ส่วนผลที่มีศัตรูติดผลผลิต พบว่า วิธี GAPและGAP
+ ปุ๋ยชีวภาพ มีน้อยกว่าวิธีเกษตรกร คือ 1.8 , 1.7 และ 3.3 ผล/ต้น ตามลำดับ
เปรียบเทียบระหว่างวิธีทดสอบกับวิธีเกษตรกร
พบว่าวิธีทดสอบให้ผลผลิตสูงกว่าเกษตรกร ร้อยละ 420 และ 357 ตามลำดับ
และให้คุณภาพส่วนที่ขนาดผลมากกว่า
ผลผลิตรุ่นที่2
มังคุดเก็บผลผลิตช่วงเดือนกรกฏาคม
ปรากฏว่ามังคุดแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตต่อต้นแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่งดังนี้
ผลผลิตต่อต้น วิธี GAPและGAP + ปุ๋ยชีวภาพ
ให้ผลผลิตสูงสุดไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าวิธีเกษตรกร คือ 54.4 ,59.5 และ 41.3 กก./ต้น ตามลำดับ ให้จำนวนผล/ต้น ไม่แตกต่างกันคือเฉลี่ย
577 ผล/ต้น
ด้านคุณภาพผลผลิตพบว่า วิธี GAPและGAP + ปุ๋ยชีวภาพ ให้จำนวนผลผลิตขนาด 80 กรัมขึ้นไป สูงสุดไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าวิธีเกษตรกรคือ
343.4,353.1และ216.0 ผล/ต้น ตามลำดับ
ให้ผลขนาด 70-79 กรัมไม่แตกต่างกันคือเฉลี่ย 122.8 ผล/ต้น
ให้ผลขนาดน้อยกว่า 70 ต่ำกว่าวิธีเกษตรกร คือ 103.3, 156.0 และ
190.9 ผล/ต้น ตามลำดับ
เปรียบเทียบระหว่างวิธีทดสอบกับวิธีเกษตรกร
พบว่าวิธีทดสอบให้ผลผลิตสูงกว่าเกษตรกร ร้อยละ 31.7 และ 44.1 ตามลำดับ
และให้คุณภาพส่วนที่ขนาดผลมากกว่า
ผลผลิตเฉลี่ย 2 ปี
พบว่าแบบที่นำมาทดสอบคือGAP
และGAP+ปุ๋ยชีวภาพให้ผลผลิตแตกต่างและดีกว่าวิธีเดิมของเกษตรกรทั้ง
2 ปี คือ เฉลี่ย ผลผลิตต่อต้น 34.6 , 36.0 และ 22.4 กก. หรือสูงกว่า ร้อยละ 54
และ 61 ตามลำดับ
ส่วนลักษณะคุณภาพคือผลขนาดมากกว่า 80 กรัม ให้จำนวนผลแตกต่างและมากกว่าทั้ง 2 ปี
คือเฉลี่ย 221.7 ,217.2 และ 119.5 ผล/ต้น หรือร้อยละ 86 และ82 ตามลำดับ
6.2
เทคโนโลยีการผลิตมังคุดคุณภาพนำไปสู่มังคุดอินทรีย์ กรรมวิธีที่ทดสอบคือ
1) แบบที่1 ใส่ปุ๋ยคอก
4 เท่าของขนาดทรงพุ่ม +ปุ๋ยหมักชีวภาพ 2 เท่าขนาดทรงพุ่ม 3
ครั้ง
หลังตัดแต่งกิ่ง ก่อนออกดอก และอายุผล 4 สัปดาห์ + น้ำหมักชีวภาพ 3 ครั้ง ช่วงผล
6-9 สัปดาห์ +ปุ๋ยชีวภาพน้ำสำเร็จรูป 30 cc. ผสมฮิวมิค 20 cc. 3 ครั้ง ช่วงใบอ่อน 4 -
8สัปดาห์และอายุผล 4 สัปดาห์
2) แบบที่2
แบบที่1+ปุ๋ยชีวภาพเม็ดสำเร็จรูป 4 กก./ต้น เมื่อ ใบอ่อน 4 และ8 สัปดาห์
และผลอายุ
4 สัปดาห์
3) แบบที่3 เกษตรกร
ใส่ปุ๋ยคอก 35 กก./ต้น +น้ำหมักชีวภาพ 2 ครั้ง ช่วงก่อนออกดอก
และผล
2 สัปดาห์ +ปุ๋ยหมักชีวภาพ 25
กก./ต้น หลังตัดแต่งกิ่ง และผล 2 สัปดาห์ +ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 2 กก./ต้น ปุ๋ย
13-13-21 อัตรา 1กก./ต้น อายุผล 2 สัปดาห์
ความก้าวหน้าการดำเนินงาน
ปี2549
การแตกใบอ่อน แตกใบอ่อนครั้งที่1 เดือนก.พ.-มี.ค.
ปริมาณ 66.6 % ของยอด และแตกใบ
อ่อนครั้งที่2
ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ปริมาณ 70.6 % ของยอด
การระบาดของศัตรูพืช พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนรุ่นที่1 ปริมาณ 100 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย
33.3 % และรุ่นที่ 2 ระดับความเสียหาย 21.5 % ของจำนวนยอด และพบโรคใบจุด 31.3 %ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย 16.3 %
การออกดอก ออกดอกช่วงปลายเดือน
ส.ค.- ก.ย. จำนวนต้นออกดอก 62.5 % ของต้นทดลอง ปริมาณดอก 34.0 % ของยอด
การให้ผลผลิต ไม่มีต้นให้ผลผลิต
แปลงเปรียบเทียบ
แตกใบอ่อนครั้งที่1
เดือนก.พ.-มี.ค. ปริมาณ 73.5 % ของยอด และแตกใบอ่อนครั้งที่2 ช่วงเดือน
พ.ค.-มิ.ย. ปริมาณ 76.4 % ของยอด พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนทั้ง 2
รุ่นที่1 ปริมาณ 100 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย
21 % ของจำนวนยอด ถึงเดือน ก.ย. ไม่พบต้นที่ออกดอก และให้ผลผลิต
ปี2550
ผลผลิตรุ่นที่1
ผลการทดลอง มังคุดแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตต่อต้น
จำนวนผลต่อต้น และคุณภาพผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ
คือให้ผลผลิตต่อต้น เฉลี่ย 4.9 กก./ต้น จำนวนผล/ต้น 49.2 ผล/ต้น จำนวนผลผลิตขนาด
80 กรัมขึ้นไป 35.4 ผล/ต้น ให้ผลขนาด 70-
ผลผลิตรุ่นที่2
มังคุดเก็บผลผลิตช่วงเดือนกรกฏาคม
ปรากฏว่ามังคุดแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตต่อต้น
แตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่งดังนี้ ผลผลิตต่อต้น วิธีแบบที่2
ให้ผลผลิตสูงสุดไม่แตกต่างกับแบบที่1 แต่สูงกว่าวิธีเกษตรกร คือ 78.9,67.1 และ
57.1 กก./ต้น ตามลำดับ
ให้จำนวนผล/ต้น วิธีแบบที่2 ให้ผลผลิตสูงสุดไม่แตกต่างกับแบบที่1
แต่สูงกว่าวิธีเกษตรกร คือ 1084.9, 974.9 และ 762.0 กก./ต้น ตามลำดับ
ด้านคุณภาพผลผลิตพบว่า วิธี
แบบที่1และ2 ให้จำนวนผลผลิตขนาด 80 กรัมขึ้นไป
สูงสุดไม่แตกต่างกันแต่สูงกว่าวิธีเกษตรกรคือ 514.8, 569.9 และ299.9 ผล/ต้น ตามลำดับ ให้ผลขนาด 70-79 กรัมไม่แตกต่างกันคือเฉลี่ย 218.4 ผล/ต้น ให้ผลขนาดน้อยกว่า 70 ไม่แตกต่างกันคือเฉลี่ย 260.7 ผล/ต้น
เปรียบเทียบระหว่างวิธีทดสอบกับวิธีเกษตรกร
พบว่าวิธีทดสอบแบบที่2 ให้ผลผลิตสูงกว่าเกษตรกร ร้อยละ 38.2
และให้คุณภาพส่วนที่ขนาดผลมากกว่า
เผลผลิตฉลี่ย 2 ปี
ผลการทดสอบ
พบว่าให้ผลผลิตแตกต่างกันในปีที่ 2 คือ ผลผลิตต่อต้นกรรมวิธีทดสอบแบบที่2
ให้ผลแตกต่างและดีกว่าวิธี เกษตรกรแต่ไม่แตกต่างกับวิธีที่1 คือ 78.9, 57.1 และ 67.1 กก./ต้นตามลำดับ หรือกรรมวิธีที่ 2 สูงกว่าเกษตรกรร้อยละ 38
และให้ลักษณะคุณภาพคือผลขนาดมากกว่า 80
กรัมในวิธีทดสอบทั้งสองวิธีให้จำนวนผลแตกต่างและมากกว่าวิธีเกษตรกร คือ 343.4
, 353.1 และ 216.0 กก./ต้น ตามลำดับ หรือร้อยละ59 และ63
ตามลำดับ
6.3
การทดสอบเทคโนโลยีการผลิตมังคุดนอกฤดู
ปี 2549
การแตกใบอ่อน แตกใบอ่อนครั้งที่1 เดือน
ก.พ. มี.ค. และเม.ย. ปริมาณ 67.5 % ของยอด
และแตกใบอ่อนครั้งที่2 ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.และส.ค. บางส่วน ปริมาณ 58 % ของยอด
การระบาดของศัตรูพืช พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนรุ่นที่1
ปริมาณ 55.2 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย
38.1 % ของจำนวนยอด และพบโรคใบจุด 24.1 %ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย
5.9 %
การออกดอก ออกดอกช่วงเม.ย.
3.5 % ช่วงปลายเดือน ส.ค.-ปลายเดือน ก.ย. จำนวนต้นออกดอก 48.3 % ของต้นทดลอง
ปริมาณดอก 14.1 % ของยอด
การให้ผลผลิต มีต้นทดลอง
3.5 % ที่ออกดอกช่วงเดือน เม.ย. และเก็บผลผลิต 8 ส.ค. ผลผลิตเฉลี่ย 3.5 กก./ต้น มีจำนวนผลขนาด 80
กรัมขึ้นไป 44.4 % ผลน้อยกว่า 80กรัม 45.6 % ผลผิวมัน 84.4
% ผลยางไหล 15.6 % และผลที่มีเนื้อแก้ว
20 %
แปลงเปรียบเทียบ
แตกใบอ่อนครั้งที่1
เดือนก.พ.-มี.ค. ปริมาณ 72.0 % ของยอด และแตกใบอ่อนครั้งที่2 ช่วงเดือน เม.ย. พ.ค.
มิ.ย. และส.ค. บางส่วน ปริมาณ 64.2 % ของยอด
พบหนอนกินใบระบาดในช่วงแตกใบอ่อนรุ่นที่1 ปริมาณ 27.6 % และรุ่นที่2
ปริมาณ 31.0 % ของจำนวนต้นทดลอง ระดับความเสียหาย 25.9 % ของจำนวนยอด และพบโรคใบจุด 10.3 %ของจำนวนต้นทดลอง
ระดับความเสียหาย 6.7 % ออกดอกช่วงปลายเดือน ส.ค.-ปลายเดือน ก.ย.
จำนวนต้นออกดอก 37.9 % ของต้นทดลอง ปริมาณดอก 14.4 % ของยอด และไม่มีต้นให้ผลผลิต
ปี2550
การศึกษาเทคโนโลยีการผลิตมังคุดนอกฤดู จากผลการทดสอบปี2549
พบว่ามีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ยฤดูปกติ คือเกิดฝนตกในฤดูแล้งช่วงเดือน ก.พ.
เม.ย. ผลปรากฏว่ามังคุดตอบสนองต่อการได้รับน้ำฝน
ทำให้ทุกแปลงออกดอกนอกฤดูตามธรรมชาติ ไม่ได้เป็นผลจากการทดสอบ ในปี2550
ได้เกิดฝนตกกระจายตัวในฤดูแล้ง จึงยกเลิกกรรมวิธีการทดสอบมังคุดนอกฤดูในปีต่อมา
หมายเหตุ
ราคาจำหน่าย ปี49/50
รุ่นเก็บ พย.-มค.ใหญ่ 80 กรัมขึ้นไป 43.5
บาท เล็ก 17.5 บาท
คละ 32.5
บาท/กก
รุ่นสองปี 50 ราคาคละ 7.5 บาท/กก.
ผลผลิตมังคุดงานทดสอบเทคโนโลยีการผลิตมังคุดคุณภาพ GAP
ปี2549-2550
|
รายการ |
ปี2549 |
ปี2550 |
เฉลี่ย |
|||
|
Mean |
Std. Deviation |
Mean |
Std. Deviation |
Mean |
||
|
ผลผลิต กก./ต้น |
วิธี
GAP |
14.7a |
6.5 |
54.4a |
12.9 |
34.6 |
|
วิธี
GAP+ชีวภาพ |
12.5a |
6.8 |
59.5a |
13.5 |
36.0 |
|
|
วิธีเกษตรกร |
3.5b |
0.7 |
41.3b |
17.4 |
22.4 |
|
|
เฉลี่ย |
10.2 |
7.3 |
51.7 |
16.4 |
31.0 |
|
|
Sig. |
.000** |
|
.001** |
|
|
|
|
จำนวนผลรวม ผล/ต้น |
วิธี
GAP |
142.4a |
70.7 |
564.8 |
143.0 |
353.6 |
|
วิธี
GAP+ชีวภาพ |
122.5a |
60.7 |
654.8 |
204.4 |
388.7 |
|
|
วิธีเกษตรกร |
37.3b |
6.7 |
511.4 |
258.2 |
274.4 |
|
|
เฉลี่ย |
100.7 |
70.2 |
577.0 |
212.3 |
338.9 |
|
|
Sig. |
.000** |
|
.096ns |
|
|
|
|
จำนวนผลขนาด 80
กรัมขึ้นไป ผล/ต้น |
วิธี
GAP |
99.9a |
43.9 |
343.4a |
97.6 |
221.7 |
|
วิธี
GAP+ชีวภาพ |
81.2a |
44.5 |
353.1a |
104.9 |
217.2 |
|
|
วิธีเกษตรกร |
22.9b |
5.7 |
216.0b |
124.9 |
119.5 |
|
|
เฉลี่ย |
68.0 |
48.6 |
304.1 |
124.9 |
186.1 |
|
|
Sig. |
.000** |
|
.000** |
|
|
|
|
จำนวนผลขนาด น้อยกว่า
70 กรัม ผล/ต้น |
วิธี
GAP |
15.7b |
13.1 |
103.3a |
44.8 |
59.5 |
|
วิธี
GAP+ชีวภาพ |
14.2b |
6.0 |
156.0ab |
86.5 |
85.1 |
|
|
วิธีเกษตรกร |
8.3a |
2.0 |
190.9b |
162.3 |
99.6 |
|
|
เฉลี่ย |
12.7 |
8.8 |
150.1 |
113.4 |
||