โครงการแปลงตัวอย่างระบบเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ปี2550
กลุ่มวิชาการพัทลุง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่8
--------------------------
1. ความเป็นมา
ปี
พ.ศ. 2537 กรมวิชาการเกษตร มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำแปลงตัวอย่างเกษตร
ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
เพื่อเป็นแปลงศึกษารูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ใน
แต่ละภูมิภาค
และเป็นแปลงศึกษา ดูงาน ของเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่อศึกษาแนวทางการนำพระราชดำริทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จังหวัดพัทลุง
3.วิธีการ
ทำการผลิตในพื้นที่
13ไร่ และขยายพื้นที่เป็น 20 ไร่ในปี2549
โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ ที่นา
3 ไร่ ไม้ผล 8.4 ไร่ พืชผัก
1.5 ไร่ สระน้ำ 4.4
ไร่ บริเวณที่อาศัย และอื่นๆ 2.7
ไร่ สัดส่วน
นา-พืชอื่น-สระน้ำ-ที่อาศัยและอื่นๆ 15%-50%-22%-13% เริ่มดำเนินการ
เดือนกรกฎาคม 2538
4. ผลการดำเนินงาน
4.1
การปลูกข้าวเพื่อบริโภค
วิธีการจัดการปลูกข้าวในสภาพน้ำฝนและใช้น้ำเสริมจากสระน้ำบ้างเมื่อจำเป็น
ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม อัตราเมล็ดพันธุ์ 20 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 อัตรา 25
กิโลกรัม/ไร่ และ ยูเรีย 10 กิโลกรัม/ไร่
ผลการทดสอบศักยภาพให้ผลผลิตข้าวพันธุ์ต่าง ๆ ปรากฏดังนี้
-พันธุ์เฉี้ยงพัทลุง ผลผลิต 470-520 กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตรวม 1,41015,60
กิโลกรัม/ปี
-พันธุ์ขาวดอกมะลิ105 ผลผลิต 218-320
กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตรวม 654-960
กิโลกรัม/ปี
ถ้าครัวเรือนมีสมาชิก
4 คน จะบริโภคตลอดปีประมาณ 800 กิโลกรัม/ปี
ผลการผลิตข้าวในพื้นที่ 3 ไร่ จะได้ผลผลิต 480-2,208 กิโลกรัม/ปี
ขึ้นกับชนิดพันธุ์ ภาพรวมพบความเสี่ยงต่อการขาดแคลนข้าวบริโภค 2 กรณีคือ
การเกิดการระบาดของศัตรูพืชรุนแรง หรือน้ำท่วม และกรณีการใช้พันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105
ซึ่งมีผลผลิตเฉลี่ย 841 กิโลกรัม/ปี ใกล้เคียงกับปริมาณการบริโภค ดังนั้นในพื้นที่
3 ไร่ ควรใช้พันธุ์ ที่ให้ผลผลิตสูงกว่า 300 กิโลกรัม/ไร่ เช่น พันธุ์เฉี้ยงพัทลุง
ข้าวหอมสุพรรณบุรี และควรระวังการป้องกันกำจัดศัตรูพืช แต่ถ้านิยมบริโภคข้าวขาวดอกมะลิ
105 ควรใช้พื้นที่อย่างน้อย 4 ไร่
|
รายการ |
ปี2539 ปีที่2 |
ปี2540 ปีที่3 |
ปี2541 ปีที่4 |
ปี2542 ปีที่5 |
ปี2543 ปีที่6 |
ปี2544 ปีที่7 |
ปี2545 ปีที่8 |
ปี2546 ปีที่9 |
ปี2547 ปีที่10 |
ปี2548 ปีที่11 |
ปี2549 ปีที่12 |
ปี2550 ปีที่13 |
|
พันธุ์ |
กข 7 |
เฉี้ยงพัทลุง |
เฉี้ยงพัทลุง |
ขาวดอกมะลิ105 |
ขาวดอกมะลิ105 ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี |
เล็บนกปัตตานี |
ขาวดอกมะลิ105 |
ขาวดอกมะลิ105 |
ขาวดอกมะลิ105 |
ขาวดอกมะลิ105 |
สังข์หยด |
ชัยนาท1 |
|
นาปี
นาปรัง(ผลผลิต/ไร่) |
600 |
520 |
470 |
320 |
293 443 |
160* |
218 |
290 |
280 |
260 |
92** |
300 |
|
ผลผลิตรวม3
ไร่ |
1,800 |
1,560 |
1,410 |
960 |
2208 |
480 |
655 |
870 |
840 |
790 |
276 |
900 |
|
รายการ |
ปี2539 ปีที่2 |
ปี2540 ปีที่3 |
ปี2541 ปีที่4 |
ปี2542 ปีที่5 |
ปี2543 ปีที่6 |
ปี2544 ปีที่7 |
ปี2545 ปีที่8 |
ปี2546 ปีที่9 |
ปี2547 ปีที่10 |
ปี2548 ปีที่11 |
ปี2549 ปีที่12 |
ปี2550 ปีที่13 |
เฉลี่ย |
|
ต้นทุน |
1,380 |
1,380 |
1,380 |
1,380 |
3,760 |
1,467 |
1,467 |
1,467 |
1,467 |
1,467 |
1,467 |
1,467 |
1,629 |
|
รายได้ |
6,300 |
7,020 |
6,345 |
6,720 |
14,127 |
2,400 |
5,240 |
6,960 |
6,720 |
6,320 |
2,208 |
4,500 |
6,238 |
|
รายได้สุทธิเงินสด |
4,920 |
5,640 |
4,965 |
5,340 |
10,367 |
924 |
4,823 |
5,493 |
5,253 |
4,853 |
741 |
3,033 |
4,696 |
4.2
การผลิตเพื่อสร้างรายได้
1)
แปลงไม้ผล ปรับพื้นที่ร่องสวนไม้ผลขนาดกว้าง
10 เมตร คูน้ำกว้าง 4 เมตร ลึก 1.5 เมตร ปลูกไม้ผล 2 แถวคู่ ระยะ 6-8
เมตร ชนิดพืชที่ปลูกได้แก่มะม่วง และ
ไม้ผลผสมผสาน
การดูแลรักษาให้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราครึ่งหนึ่งของอายุไม้ผล ปีละ 2
ครั้ง ให้ปุ๋ยคอก 25 กิโลกรัม/ต้น/ปี ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์
จัดการศัตรูพืชเน้นการตัดแต่งกิ่ง
เฉลี่ย มะม่วงให้ผลผลิต 1,043 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีต้นทุนการผลิต 5,119 บาท รายได้ 16,632 บาท
และรายได้สุทธิ 8,954 บาท/ปี
การปลูกพืชแซมไม้ผลบนร่องสวน การปลูกพืชแซมในพื้นที่ระหว่างแถวไม้ผลชนิดละ 400 ตารางเมตร
ปลูกหมุนเวียนตลอดปีจนกระทั้งทรงพุ่มของไม้ผลปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่องสวน
ชนิดพืชที่มีศักยภาพในการปลูกแซมระหว่างแถวไม้ผลก่อนไม้ผลให้ผลผลิตช่วง 1-4 ปี
มีดังนี้
คะน้า-พริก คะน้าผลผลิตเฉลี่ย 1,792 กิโลกรัม/ไร่/ปี พริกผลผลิตเฉลี่ย 420 กิโลกรัม/ไร่/ปี
คะน้า-มะเขือ
คะน้าผลผลิตเฉลี่ย 1,783 กิโลกรัม/ไร่/ปีมะเขือผลผลิตเฉลี่ย 2,210 กิโลกรัม/ไร่/ปี
แตงกวา ข้าวโพดหวาน แตงกวาผลผลิตเฉลี่ย
3,777 กิโลกรัม/ไร่/ปี ข้าวโพดหวานให้ผลผลิตเฉลี่ย 6,981 กิโลกรัม/ไร่/ปี
สับปะรด ผลผลิตเฉลี่ย 725 กิโลกรัม/ไร่/ปี
กล้วยไข่ ผลผลิตเฉลี่ย 848 กิโลกรัม/ไร่/ปี
อ้อยคั้นน้ำ ผลผลิตเฉลี่ย 7,876 กิโลกรัม/ไร่/ปี
นอกจากนั้น
มีการปลูกกล้วยน้ำว้า 400 ตารางเมตร
และสับปะรดเสริมในแปลงและที่ว่างอื่นๆ ช่วง 4 ปีแรก มีต้นทุนรวม 10,090 บาท รายได้
116,875 บาท รายได้สุทธิ 106,885 บาท
2) แปลงพืชผัก ปลูกพืชผักในร่องสวนพืชผัก
1 ร่องขนาด 20x120 เมตร แบ่งการปลูกพืชผักหลายชนิดเป็นแปลงย่อยๆ
ตามช่วงเวลาหมุนเวียนตลอดปี
จากการทดสอบพบว่าพืชหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดีเช่น คะน้า
ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักกาดขาว
ผักบุ้ง มะเขือ พริก แตงกวา ข้าวโพด เป็นต้น คะน้า ผลผลิตเฉลี่ย 1,458
กิโลกรัม/ไร่ ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผลผลิตเฉลี่ย 2,136 กิโลกรัม/ไร่ ผักกาดขาว
ผลผลิตเฉลี่ย 1,455 กิโลกรัม/ไร่ ปี2550 ปลูก บวบ
ผลผลิต 400 กิโลกรัม ถั่วพู 120 กิโลกรัม ผักบุ้ง 200 กิโลกรัม
พริกขี้หนู 100 กิโลกรัม ข้าวโพดหวาน 117 กิโลกรัม โดยมีต้นทุนเฉลี่ย 1,957 บาท รายได้ 9,622
บาท รายได้สุทธิ 7,748 บาท/ปี
3)
การปลูกพืชในนาหลังเก็บเกี่ยวข้าว การปลูกมีการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์
หรือสูบรด โดยพืชที่มีศักยภาพ เจริญเติบโตดี และรายได้ดี
ในสภาพนาดินเหนียวที่มีการให้น้ำชลประทานได้แก่
แตงกวา ผลผลิตเฉลี่ย 2,536
กิโลกรัม/ไร่ ข้าวโพดหวาน ผลผลิตเฉลี่ย 1,710 กิโลกรัม/ไร่ พริก ผลผลิตเฉลี่ย 718
กิโลกรัม/ไร่ ฟักเขียว ผลผลิตเฉลี่ย
2,176 กิโลกรัม/ไร่ สำหรับปี2550
ไม่ได้ปลูกเนื่องจากดินเปียกชื้นตลอดปี โดยเฉลี่ยมีต้นทุน 3,703.1 บาท รายได้ 19,581.7 บาท รายได้สุทธิ 15,878.7 บาท/ปี
|
รายการ |
ปี2543 ปีที่6 |
ปี2544 ปีที่7 |
ปี2545 ปีที่8 |
ปี2546 ปีที่9 |
ปี2547 ปีที่10 |
ปี2548 ปีที่11 |
ปี2549 ปีที่12 |
ปี2550 ปีที่13 |
เฉลี่ย |
|
มะม่วงน้ำดอกไม้ |
44 |
233 |
418 |
852.7 |
396.7 |