การศึกษาผลกระทบจากการนำ
GAP
มาปรับใช้ในพื้นที่เกษตรกรจังหวัดพัทลุง
สำราญ สะรุโณ พันธ์ศักดิ์ อินทรวงค์ อุดร เจริญแสง
กัญญาภรณ์ พิพิธแสงจันทร์ สุนันท์ ถีราวุฒิ สุภาค
รัตนสุภา อริยธัช
เสนเกตุ สมใจ จีนชาวนา
กลุ่มวิชาการ
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8
---------------------------
หลักการและเหตุผล
การผลิตอาหารปลอดภัย (Food safety) เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกรมวิชาการเกษตร
โดยในระดับไร่นาจะมีการสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการผลิตพืชโดยใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม
(GAP) มาปรับปรุงวิธีการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย
ปลอดศัตรูพืช และมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด
แต่ด้วยคำแนะนำเทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม
มีลักษณะเป็นคำแนะนำกลางและถือเป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานขั้นสูง
การนำไปใช้ของเกษตรกรให้ได้ตามคำแนะนำทุกประการจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก
การส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสมในระดับไร่นาในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้นำเอกสารคำแนะนำมาให้ความรู้เกษตรกรโดยการอบรมเฉพาะกลุ่มที่ร่วมโครงการของหน่วยงาน
ส่วนกรมวิชาการเกษตรส่วนใหญ่ดำเนินการในขั้นตอนการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช
ดังนั้นการศึกษาการปรับใช้และผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม
จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำเทคโนโลยี คำแนะนำ
และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาการปรับใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสมของเกษตรกรจังหวัดพัทลุง
2.เพื่อทดสอบชุดเทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม(GAP)และแนวทางการปรับใช้ในการเพิ่มคุณภาพและผลผลิตสับปะรดในพื้นที่เกษตรกรจังหวัดพัทลุง
กิจกรรม
1.
การศึกษาการปรับใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสมของเกษตรกรจังหวัดพัทลุง
2.การทดสอบการใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสมในการผลิตสับปะรดพื้นที่เกษตรกรจังหวัดพัทลุง
ระยะเวลา ตุลาคม 2547-กันยายน 2548
งบประมาณ 255,501 บาท
ผลการดำเนินงาน
กิจกรรม การศึกษาการปรับใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ของเกษตรกรจังหวัดพัทลุง
วิธีการศึกษา
เกษตรกรตัวอย่างที่ทำการศึกษา คือกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ GAP
ของสำนักงานเกษตรจังหวัด พืชเป้าหมาย ได้แก่ มังคุด ทุเรียน ลองกอง สับปะรด และ พริก
โดยกำหนดจำนวนตัวอย่าง พืชละ 30 ราย รวม 150 ราย การศึกษาใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
ประเด็นการศึกษาประกอบด้วย ลักษณะบุคคล ประสบการณ์เรื่อง GAP ความคิดเห็นต่อคำแนะนำ GAP
การนำคำแนะนำ GAP ไปปฏิบัติ ปัญหาการผลิตพืช การเลือกวิธีแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา และผลกระทบที่เกิดกับการทำการเกษตรในปัจจุบัน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่า
ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (pearson correlation) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนะ
GAP มาปรับใช้
ผลการศึกษา
1. ลักษณะบุคคลผู้ให้สัมภาษณ์
เกษตรกรผู้ปลูกพริกส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ปลูกมังคุดและลองกองที่ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย
ส่วนผู้ปลูกทุเรียนและสับปะรดเป็นชายและหญิงเท่ากัน อายุเฉลี่ย 40-51 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมและไม่เกินระดับมัธยมศึกษา ทุกคนเป็นสมาชิกกลุ่ม
และมีบางคนที่ดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้นำกลุ่ม
2. อาชีพและการปลูกพืช
การประกอบอาชีพส่วนใหญ่มีกิจกรรมอาชีพ 2-4 กิจกรรม/ราย เกษตรกรที่ปลูกพริกส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนาและเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรผู้ปลูกมังคุด ลองกอง ส่วนใหญ่ทำสวนไม้ผล
สวนยางพารา เลี้ยงสัตว์ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน
ส่วนใหญ่ทำสวนไม้ผล ทำนา สวนยางพารา
และเลี้ยงสัตว์ และเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา
เลี้ยงสัตว์และทำนา
การปลูกพริก มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ย 2 ไร่
ส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชเดี่ยว ผลผลิตขายส่ง
ไม่มีการคัดแบ่งเกรดผลผลิตและราคา
การปลูกมังคุด มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ย 4.3
ไร่ อายุเฉลี่ย 7.5 ปี
ปลูกเป็นสวนผสมผสานและพืชเดี่ยวเท่ากัน
ผลผลิตขายส่ง ขายปลีก และมีน้อยรายที่ขายให้พ่อค้าส่งออก การจำหน่าย
มีทั้งการคัดแบ่งเกรดและไม่มีการคัดแบ่งเกรดผลผลิต
การปลูกทุเรียน มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ย 3.6 ไร่ อายุเฉลี่ย 10.8
ปี ส่วนใหญ่ปลูกเป็นสวนผสมผสาน ผลผลิตขายส่ง ขายปลีก และ มีน้อยรายที่ขายให้พ่อค้าส่งออก
การจำหน่าย มีการคัดแบ่งเกรดผลผลิตและราคา
การปลูกลองกอง มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ย 3.1 ไร่ อายุเฉลี่ย 15 ปี ส่วนใหญ่ปลูกเป็นสวนผสมผสาน
ผลผลิตขายส่ง ขายปลีก และ มีน้อยรายที่ขายให้พ่อค้าส่งออก การจำหน่าย
ส่วนใหญ่ไม่มีการคัดแบ่งเกรดผลผลิตและราคา
การปลูกสับปะรด มีพื้นที่ปลูกเฉลี่ย 14 ไร่ อายุเฉลี่ย 2.2 ปี ส่วนใหญ่ปลูกแซมยาง
ผลผลิตส่วนใหญ่ขายส่ง และขายปลีกประมาณครึ่งหนึ่ง การจำหน่าย มีทั้งการคัดแบ่งเกรดและไม่แบ่งเกรดผลผลิตและราคา
3. การปรับใช้เทคโนโลยีเกษตรดีที่เหมาะสม(GAP)
3.1
การปลูกพริก
3.1.1
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่อง GAP
เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP เช่น รู้จัก
เคยได้ยิน ได้รับแจกเอกสาร ได้อ่าน เข้าใจขอบเขตเนื้อหา มีเอกสารคำแนะนำที่บ้าน
และได้รับความรู้อย่างน้อยเดือนละครั้ง
ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง GAP ซึ่งมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวอย่าง และไม่เคยอบรมเรื่อง GAP ร้อยละ 30 ของตัวอย่าง
3.1.2 ความคิดเห็น
เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP
ความคิดเห็นด้านเอกสารคำแนะนำ
พบว่ามีไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่เห็นว่าขนาดตัวอักษรเล็กอ่านยาก
แต่เกษตรกรทั้งหมดเห็นว่าเนื้อหาในเอกสารอ่านเข้าใจง่าย
ความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ
วิธีการปฏิบัติในเอกสารคำแนะนำทั้ง 10 รายการ
ได้แก่ แหล่งปลูก พันธุ์ การปลูก การดูแลรักษา สุขลักษณะและความความสะอาด การป้องกันกำจัดศัตรู
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และการบันทึกข้อมูล
พบว่าเกษตรกรเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสาร
ยกเว้นบางรายการคือ การป้องกันกำจัดโรค การป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดวัชพืช
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสภาพภูมิอากาศ ที่มีผู้ไม่เห็นด้วยแต่ก็เป็นจำนวนน้อยมาก
3.1.3
การนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา
ในคำแนะนำทั้งหมด 22 รายการ มีคำแนะนำ 10
รายการที่เกษตรกรบางส่วนไม่นำมาปฏิบัติ
นอกจากนั้นจะนำมาปฏิบัติเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดของคำแนะนำ เมื่อจัดลำดับโดยการให้คะแนนน้ำหนักพบว่าคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติตามมากตามลำดับได้แก่
การเตรียมดิน สุขลักษณะและความความสะอาด
วิธีการเก็บเกี่ยว แหล่งน้ำ
การให้ปุ๋ย
การให้น้ำ ระยะเก็บเกี่ยว วิธีการปลูก การเพิ่มคุณภาพ การเลือกพันธุ์ ลักษณะดิน วางแผนการผลิต การขนส่ง และ การเก็บรักษา
คำแนะนำที่นำมาปฏิบัติปานกลางได้แก่ พันธุ์ที่นิยมปลูก
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช สภาพพื้นที่ และ การป้องกันกำจัดวัชพืช ตามลำดับ ส่วนคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติน้อยได้แก่การบันทึกข้อมูล การป้องกันกำจัดโรค การป้องกันกำจัดแมลง และ สภาพภูมิอากาศ ตามลำดับ
3.1.4
ปัญหาการปลูกพืช
เกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาการปลูกพริก โดยการปฏิบัติที่มีปัญหาระดับมากเรียงจากมากไปหาน้อยได้แก่
การป้องกันกำจัดโรค การบันทึกข้อมูล การป้องกันกำจัดแมลง และ
การป้องกันกำจัดวัชพืช ด้านที่ประสบปัญหาปานกลาง
ได้แก่
การเลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่
และการวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู
ด้านที่ประสบปัญหาน้อยได้แก่การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช ความเพียงพอของแหล่งน้ำ
การเตรียมดินเหมาะสมกับชนิดพืชปลูก ความสะอาดของแปลง ความเหมาะสมของฤดูปลูกกับพืช
ความเหมาะสมของการใช้ท่อนพันธุ์/เมล็ดพันธุ์ ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต
วิธีการเพิ่มผลผลิต การดูแลรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์
ความเหมาะสมของดินกับพืชที่ปลูก ความเหมาะสมของระยะปลูก เก็บเกี่ยวตรงตามระยะ วิธีการคัดเลือก
จำแนกผลผลิต การเก็บรักษาให้มีคุณภาพได้นาน มีการขนส่งที่ถูกต้อง และ
วิธีการเก็บเกี่ยวเหมาะสม
3.1.5
วิธีแก้ปัญหา
ปัญหาเกี่ยวกับแหล่งปลูก พันธุ์ การปลูก วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
มีจำนวนเกษตรกรที่ใช้วิธีการดั้งเดิมหรือวิธีตามคำแนะนำ GAP ในภาพรวมมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
แต่ปัญหาด้านความเหมาะสมของการใช้เมล็ดพันธุ์ การให้ปุ๋ย น้ำ
การป้องกันกำจัดโรคแมลง และการบันทึกข้อมูล
เกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีตามคำแนะนำ GAP และด้านที่มีการนำคำแนะนำ
GAP มาแก้ปัญหาทั้งหมดคือการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง
การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพผลผลิต
3.1.6
ผลการแก้ปัญหา
ปัญหาการผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาได้
ยกเว้นการวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู และ การป้องกันกำจัดโรคที่เกษตรกรมากกว่าครึ่งหนึ่งยังแก้ไขไม่ได้
นอกจากนั้นยังมีปัญหาที่เกษตรกรบางส่วนคือไม่เกินร้อยละ 20 ที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้คือด้านการเลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่ การเตรียมดินเหมาะสมกับชนิดพืชปลูก ความเหมาะสมของการใช้ท่อนพันธุ์/เมล็ดพันธุ์
การป้องกันกำจัดแมลง
และการป้องกันกำจัดวัชพืช
3.1.7
ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรปลูกพริกที่พบว่ามีผลกระทบและเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นคือ
แมลงศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืชเพิ่มขึ้น เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มมากขึ้น มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา มีความรู้การเกษตร ผลผลิตปลอดภัยบริโภค ผลผลิตเพียงพอบริโภค รายได้ ราคาขายผลผลิต ผลผลิต และคุณภาพผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้รับอันตรายจากการใช้สารเคมีน้อยลง
ศัตรูพืชระบาดน้อยลง มีปัญหาราคาตกต่ำน้อยลง ผลผลิตด้อยคุณภาพน้อยลง การตกค้างของสารพิษในผลผลิต ในดิน น้ำ ลดลง
ผลลัพธ์ที่เท่าเดิมคือต้นทุนการผลิต
3.1.8
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนนำ GAP มาปรับใช้
มีตัวแปรอิสระ 10 ตัว คือปัญหาการผลิตพืช ความสำเร็จในการแก้ปัญหา ผลลัพธ์ ประสบการณ์ GAP ความคิดเห็นต่อคำแนะนำ
อายุผู้ให้สัมภาษณ์ การศึกษา ตำแหน่ง พื้นที่ปลูก และอายุพืช(ไม้ผล) ผลปรากฏดังนี้
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
มี 3 ปัจจัย คือ อายุ
มีความสัมพันธ์ทางลบระดับปานกลาง ( r=-.415*) หมายถึงเกษตรกรกรที่มีอายุน้อยจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก ปัจจัยปัญหาการผลิตพืช
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง ( r=.848**) หมายถึงเกษตรกรกรที่มีปัญหามากจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก และ ความสำเร็จในการแก้ปัญหา มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง
( r=.839**) หมายถึงเกษตรกรที่ความสำเร็จในการแก้ปัญหามากจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก
3.2
การปลูกมังคุด
3.2.1
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่อง GAP
เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP เช่น รู้จัก
เคยได้ยิน เคยอบรม มีเอกสาร ได้อ่าน
เข้าใจขอบเขตเนื้อหา ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง
GAP ซึ่งมีผู้ไม่เคยดูงานร้อยละ 26.7
3.2.2
ความคิดเห็น เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP
ความคิดเห็นด้านเอกสารคำแนะนำ พบว่ามีไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่เห็นว่าขนาดตัวอักษรเล็กอ่านยาก
แต่ทั้งหมดเห็นว่าเอกสารอ่านแล้วเข้าใจง่าย
ความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ พบว่าทั้งหมดเห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสารทุกรายการ
3.2.3
การการนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา
เกษตรกรจะนำทุกคำแนะนำในเอกสารมาปฏิบัติ
แต่อาจนำมาปฏิบัติหรือปฏิบัติตรงตามคำแนะนำเพียงบางส่วนหรือปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหมด เมื่อจัดลำดับโดยการให้คะแนนน้ำหนักพบว่าคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติตามมากตามลำดับได้แก่ การเลือกพันธุ์ พันธุ์ที่นิยมปลูก วิธีการปลูก การป้องกันกำจัดวัชพืช การเก็บรักษา
ระยะเก็บเกี่ยว การเตรียมดิน การขนส่ง วางแผนการผลิต สุขลักษณะและความความสะอาด และ วิธีการเก็บเกี่ยว คำแนะนำที่นำมาปฏิบัติปานกลางได้แก่ การให้ปุ๋ย คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
การบันทึกข้อมูล และ การเพิ่มคุณภาพ ตามลำดับ ส่วนคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติน้อยได้แก่ การให้น้ำ สภาพภูมิอากาศ สภาพพื้นที่ ลักษณะดิน แหล่งน้ำ การป้องกันกำจัดโรค และ การป้องกันกำจัดแมลง
ตามลำดับ
3.2.4
ปัญหาการปลูกพืช
การปฏิบัติที่มีปัญหาระดับมากเรียงจากมากไปหาน้อยได้แก่ การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต วิธีการเพิ่มผลผลิต การบันทึกข้อมูลการปฏิบัติปัญหาและผลตอบแทน
และความเพียงพอของแหล่งน้ำ ตามลำดับ การปฏิบัติที่มีปัญหาระดับปานกลางได้แก่ การป้องกันกำจัดโรค การป้องกันกำจัดแมลง
วิธีการคัดเลือก จำแนกผลผลิต และเก็บเกี่ยวตรงตามระยะ ตามลำดับ
ส่วนการปฏิบัติที่มีปัญหาน้อย ได้แก่
ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช
การป้องกันกำจัดวัชพืช วิธีการเก็บเกี่ยวเหมาะสม และ การเก็บรักษาให้มีคุณภาพได้นาน ตามลำดับ
3.2.5
วิธีแก้ปัญหา
วิธีแก้ปัญหาการผลิตเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีการ
GAP หรือ GAP ผสมผสานกับวิธีดั้งเดิม ด้านที่มีการนำคำแนะนำมาใช้แก้ปัญหาการปลูกพืชมากที่สุดได้แก่
การเก็บเกี่ยวตรงตามระยะ การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้องปลอดภัย
วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต และการบันทึกข้อมูล
3.2.6
ผลการแก้ปัญหา
ด้านความเพียงพอของแหล่งน้ำ และความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช ยังเป็นปัญหาที่เกษตรกรแก้ไขไม่ได้
ส่วนด้านอื่นๆ ได้แก่ วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต การป้องกันกำจัดโรค และ การป้องกันกำจัดแมลง
ยังมีเกษตรกรเกือบครึ่งหนึ่งของตัวอย่างที่ยังแก้ปัญหาการผลิตไม่ได้
3.2.7
ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรที่พบว่าส่งผลกระทบในทางที่ดีขึ้นได้แก่ ความรู้การเกษตร
ความสามารถในการแก้ไขปัญหา การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม แมลงศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืชเพิ่มขึ้น การตกค้างของสารพิษในดิน น้ำ
การตกค้างของสารพิษในผลผลิต
การได้รับอันตรายจากการใช้สารเคมี ผลลัพธ์ที่เท่าเดิมคือศัตรูพืชระบาด ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบคือ
เกษตรกรยังมีปัญหาราคาตกต่ำ ผลผลิตด้อยคุณภาพ ผลผลิตปลอดภัยบริโภค ผลผลิตเพียงพอบริโภค
รายได้ ราคาขายผลผลิต
คุณภาพผลผลิต และผลผลิต
3.2.8
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
มี 3 ปัจจัย คือ ปัญหาการผลิตพืช มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง
( r=.963**) หมายถึงเกษตรกรกรที่มีปัญหาการผลิตพืชมากจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก ปัจจัยความสำเร็จในการแก้ปัญหา มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง
( r=.871**) หมายถึงเกษตรกรที่ความสำเร็จในการแก้ปัญหามากจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก และผลลัพธ์มีความสัมพันธ์ทางลบระดับปานกลาง
( r=-.561*) หมายถึงเกษตรกรกรที่มีผลลัพธ์น้อยจะนำคำแนะนำ GAP
มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก
3.3
การปลูกทุเรียน
3.3.1
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่อง GAP
เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP เช่น รู้จัก
เคยได้ยิน เคยอบรม มีเอกสาร ได้อ่าน เข้าใจขอบเขตเนื้อหา และมีน้อยมากที่ไม่รู้จักคำว่าเกษตรดีที่เหมาะสม
หรือไม่ได้รับความรู้อย่างน้อยเดือนละครั้ง
ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง GAP ซึ่งมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวอย่าง ไม่เคยดูงานเรื่อง GAP
3.3.2
ความคิดเห็น เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP
ความคิดเห็นด้านเอกสารคำแนะนำ
พบว่ามีจำนวนน้อยมากที่เห็นว่าขนาดตัวอักษรเล็กอ่านยาก
แต่ทั้งหมดเห็นว่าเอกสารอ่านเข้าใจง่าย
ความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ พบว่าเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสาร
เว้นวิธีการปลูกที่บางรายไม่เห็นด้วยแต่ก็เป็นส่วนน้อยมาก
3.3.3
การการนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา
มีคำแนะนำบางรายการที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่นำมาปฏิบัติ คือ การวางแผนปลูก
การป้องกันกำจัดโรค และแมลง
นอกจากนั้นนำปฏิบัติหรือปฏิบัติตรงตามคำแนะนำเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดของคำแนะนำ
เมื่อจัดลำดับโดยการให้คะแนนน้ำหนักพบว่าคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติตามมากตามลำดับได้แก่ การเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน วิธีการปลูก พันธุ์ที่นิยมปลูก การเก็บรักษา สภาพภูมิอากาศ
การให้น้ำ การขนส่ง การให้ปุ๋ย ระยะเก็บเกี่ยว วิธีการเก็บเกี่ยว การบันทึกข้อมูล แหล่งน้ำ และ ลักษณะดิน ตามลำดับ คำแนะนำที่นำมาปฏิบัติปานกลางได้แก่
สภาพพื้นที่ การเพิ่มคุณภาพ สุขลักษณะและความความสะอาด
คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และ การป้องกันกำจัดวัชพืช ตามลำดับ ส่วนคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติน้อยได้แก่ การป้องกันกำจัดแมลง
การป้องกันกำจัดโรค และ วางแผนการผลิต ตามลำดับ
3.3.4
ปัญหาการปลูกพืช
การปฏิบัติที่มีปัญหาระดับมากเรียงจากมากไปหาน้อยได้แก่ วิธีการเพิ่มผลผลิต การป้องกันกำจัดแมลง
ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และวิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต ตามลำดับ ปัญหาปานกลาง ได้แก่ ความเพียงพอของแหล่งน้ำ
ความเหมาะสมของฤดูปลูกกับพืช การบันทึกข้อมูล และ ความเหมาะสมของดินกับพืชที่ปลูก ตามลำดับ
ปัญหาระดับน้อย ได้แก่ การป้องกันกำจัดวัชพืช
วางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู
และการเลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่ ตามลำดับ
3.3.5
วิธีแก้ปัญหา
เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีการดั้งเดิมในการแก้ปัญหาการผลิต ส่วนคำแนะนำ GAP มีการนำมาใช้มากในการแก้ปัญหาด้าน
การบันทึกข้อมูล ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และ
ความเหมาะสมของดินกับพืชที่ปลูก
3.3.6
ผลการแก้ปัญหา
ปัญหาการผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ประกอบด้วย ความเหมาะสมของฤดูปลูกกับพืช
ความเพียงพอของแหล่งน้ำ วางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู เลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่
ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต วิธีการเพิ่มผลผลิต
การป้องกันกำจัดโรค และการป้องกันกำจัดแมลง
3.3.7
ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรที่พบว่าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นคือ
ความรู้การเกษตร ความสามารถในการแก้ไขปัญหา การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม แมลงศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืช การได้รับอันตรายจากการใช้สารเคมี การตกค้างของสารพิษในผลผลิต ดิน น้ำ ผลลัพธ์ที่เท่าเดิมได้แก่
ผลผลิต คุณภาพผลผลิต รายได้ ผลผลิตปลอดภัยบริโภค
ศัตรูพืชระบาด และ ผลผลิตด้อยคุณภาพ ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ
ได้แก่ ต้นทุนเพิ่มขึ้น ราคาขายผลผลิตต่ำ ผลผลิตเพียงพอบริโภค มีความเสียหายจากราคาตกต่ำ
3.3.8
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
มี1 ปัจจัย คือ
ความคิดเห็นเรื่อง GAP มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง ( r=.349*) หมายถึงเกษตรกรกรที่เห็นด้วยมากจะนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืชมาก
3.4
การปลูกลองกอง
3.4.1
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่อง GAP
เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP เช่น รู้จัก
เคยได้ยิน เคยอบรม มีเอกสาร ได้อ่าน เข้าใจขอบเขตเนื้อหา ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง
GAP ซึ่งมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวอย่าง
และบางส่วนไม่เคยรับการอบรมเรื่อง GAP
3.4.2
ความคิดเห็น เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP
ความคิดเห็นด้านเอกสารคำแนะนำ
พบว่าเกือบทั้งหมดเห็นว่าขนาดตัวอักษรพอดีและเอกสารอ่านเข้าใจง่าย
ความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ พบว่าทั้งหมดเห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสาร
3.4.3
การการนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา
มีคำแนะนำบางรายการที่เกษตรกรประมาณหนึ่งในสี่ไม่นำมาปฏิบัติ
หรือส่วนใหญ่นำปฏิบัติเพียงบางส่วน คือ
ด้านการป้องกันกำจัดโรค การป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดวัชพืช คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
การเก็บรักษา และ การขนส่ง ด้านอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวเกษตรกรจะนำคำแนะนำมาปฏิบัติบางส่วนถึงทั้งหมดของคำแนะนำ
3.4.4
ปัญหาการปลูกพืช
เกษตรกรมีปัญหาการผลิต 6 ด้าน โดยเรียงจากมากไปหาน้อยได้แก่ การป้องกันกำจัดแมลง
การป้องกันกำจัดโรค
การบันทึกข้อมูล ความเพียงพอของแหล่งน้ำ ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช ตามลำดับ
3.4.5
วิธีแก้ปัญหา
ปัญหาที่เกษตรกรใช้คำแนะนำ GAP แก้ปัญหาคือด้าน
ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช และการบันทึกข้อมูล ส่วนด้านการป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดโรค
ความเพียงพอของแหล่งน้ำ และความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช เกษตรกรจะใช้วิธี GAP ใกล้เคียงกับวิธีดั้งเดิม หรือใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกัน
3.4.6
ผลการแก้ปัญหา
ปัญหาการผลิตที่เกษตรกรยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คือด้านความเพียงพอของแหล่งน้ำ และ
ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช ส่วนด้านการป้องกันกำจัดแมลง และการป้องกันกำจัดโรค
ยังมีเกษตรกรประมาณ 1ใน3 ที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้
3.4.7
ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรที่พบว่าทั้งหมดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นคือ
การตกค้างของสารพิษในดิน
น้ำ การตกค้างของสารพิษในผลผลิต การได้รับอันตรายจากการใช้สารเคมี ผลผลิตด้อยคุณภาพ ความรู้การเกษตร ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ ได้แก่
ศัตรูพืชระบาด ต้นทุน ราคาขายผลผลิต
รายได้
และผลผลิตปลอดภัยเพื่อการบริโภค
3.4.8
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
พบว่าไม่มีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
3.5 การปลูกสับปะรด
3.5.1
ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่อง GAP
เกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP เช่น รู้จัก
เคยได้ยิน เคยอบรม มีเอกสาร ได้อ่าน เข้าใจขอบเขตเนื้อหา ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง
GAP และบางส่วนไม่เคยรับการอบรมเรื่อง GAP หรือได้ อ่าน ศึกษา หรือได้รับความรู้ GAP อย่างน้อยเดือนละครั้ง
3.5.2
ความคิดเห็น เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP
ความคิดเห็นด้านเอกสารคำแนะนำ
พบว่าเกือบทั้งหมดเห็นว่าขนาดตัวอักษรพอดีและเอกสารอ่านเข้าใจง่าย
ความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ พบว่าทั้งหมดเห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสาร
ยกเว้นด้านการ วางแผนการผลิต และ สภาพภูมิอากาศ แต่ก็มีจำนวนน้อย
3.5.3
การการนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา
มีคำแนะนำหลายประการที่เกษตรบางส่วนไม่นำมาปฏิบัติ
แต่ไม่เกินร้อยละ 15 แต่มี 2 ด้านที่เกษตรกรมากกว่าร้อยละ 80
ไม่ปฏิบัติคือด้านแหล่งน้ำและสภาพภูมิอากาศ นอกจากนั้นมีคำแนะนำที่เกษตรกรร้อยละ
50-86 นำปฏิบัติเพียงบางส่วน คือ การป้องกันกำจัดแมลง
การป้องกันกำจัดโรค สภาพพื้นที่ การให้ปุ๋ย
ลักษณะดิน วางแผนการผลิต
การเลือกพันธุ์ การเพิ่มคุณภาพ และ การบันทึกข้อมูล ตามลำดับ
3.5.4
ปัญหาการปลูกพืช
เกษตรกรร้อยละ80-100
มีปัญหาด้านการป้องกันกำจัดโรค และการป้องกันกำจัดแมลง นอกจากนั้นประมาณ 1 ใน 4
มีปัญหาด้านการป้องกันกำจัดวัชพืช การบันทึกข้อมูล วิธีการเพิ่มผลผลิต วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช และ
การวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู
3.5.5
วิธีแก้ปัญหา
ปัญหาที่เกษตรกรใช้คำแนะนำ GAP แก้ปัญหาคือด้าน วิธีการเพิ่มผลผลิต
วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช การเก็บรักษาให้มีคุณภาพได้นาน และการบันทึกข้อมูล
ส่วนด้านที่ใช้วิธีการดั้งเดิมแก้ปัญหาคือความเหมาะสมของการใช้ท่อนพันธุ์/เมล็ดพันธุ์
เลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่
วางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู
และ ความเหมาะสมของฤดูปลูกกับพืช นอกจากนั้นจะใช้วิธี GAP ใกล้เคียงกับวิธีดั้งเดิม หรือใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกัน
3.5.6
ผลการแก้ปัญหา
ปัญหาการผลิตที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คือการป้องกันกำจัดโรค
รองลงมาคือการป้องกันกำจัดแมลง และการวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู ตามลำดับ
3.5.7
ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรพบว่าเกือบทุกด้านมีเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ยกเว้น ด้านต้นทุนการผลิต ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ
3.5.8
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
พบว่ามีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช
3 ปัจจัยคือปัญหาการปลูกพืช
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง(r= .815**) ความสำเร็จในการแก้ปัญหา
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง(r= .795**) และ
พื้นที่มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง(r= .528**) หมายถึงเกษตรกรที่ปัญหาการปลูกพืชมาก มีความสำเร็จในการแก้ปัญหามาก
หรือมีพื้นที่ปลูกมากจะมีการนำ
GAP
มาปรับใช้มากตาม
สรุป
จากการศึกษาการนำ GAP มาปรับใช้ของเกษตรกรจังหวัดพัทลุง
5 พืช ปรากฏผลดังนี้
1.
ประสบการณ์เรื่อง GAP พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์เรื่อง GAP ด้านที่เกษตรกรมีประสบการณ์น้อยที่สุดคือการดูงานแปลง
GAP รองลงมาคือด้านไม่เคยอบรมเรื่อง GAP
และได้ อ่าน ศึกษา หรือได้รับความรู้ GAP อย่างน้อยเดือนละครั้ง
2.
ความคิดเห็น เกี่ยวกับคำแนะนำ GAP พบว่ามีไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่เห็นว่าขนาดตัวอักษรเล็กอ่านยาก
แต่ทั้งหมดเห็นว่าเอกสารอ่านแล้วเข้าใจง่าย ด้านความคิดเห็นต่อวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชตามรายละเอียดในเอกสารแนะนำ พบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคำแนะนำในเอกสาร
แม้บางรายการที่เกษตรกรอาจไม่เห็นด้วยแต่ก็มีจำนวนน้อย
3.
การนำคำแนะนำ GAP มาปฏิบัติในไร่นา พบว่ามีคำแนะนำที่นำมาปฏิบัติน้อย ในพริก คือการบันทึกข้อมูล การป้องกันกำจัดโรค การป้องกันกำจัดแมลง และ สภาพภูมิอากาศ ในมังคุดคือ การให้น้ำ สภาพภูมิอากาศ สภาพพื้นที่ ลักษณะดิน แหล่งน้ำ การป้องกันกำจัดโรค และ การป้องกันกำจัดแมลง
ตามลำดับ ในทุเรียน คือการป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดโรค
และ วางแผนการผลิต ในลองกอง คือด้านการป้องกันกำจัดโรค
การป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดวัชพืช คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บรักษา
และ การขนส่ง และ ในสับปะรด คือ ด้านแหล่งน้ำ
สภาพภูมิอากาศ การป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดโรค สภาพพื้นที่
การให้ปุ๋ย ลักษณะดิน วางแผนการผลิต
4. ปัญหาการปลูกพืช การปลูกพริก
ส่วนใหญ่ประสบปัญหา การป้องกันกำจัดโรค
แมลง วัชพืช
และ การบันทึกข้อมูล วิธีแก้ปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีตามคำแนะนำ
GAP
มากกว่าวิธีการดั้งเดิม ผลการแก้ปัญหา ปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ คือ การวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู และ การป้องกันกำจัดโรค การปลูกมังคุด มีปัญหา
การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ความเหมาะสมของการให้น้ำ
วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต และผลผลิต การบันทึกข้อมูล
และความเพียงพอของแหล่งน้ำ
วิธีแก้ปัญหาการผลิตเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีการ
GAP หรือ GAP ผสมผสานกับวิธีดั้งเดิม ผลการแก้ปัญหา ปัญหาที่เกษตรกรแก้ไขไม่ได้ คือด้านความเพียงพอของแหล่งน้ำ
ความเหมาะสมของการให้น้ำ วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต
การป้องกันกำจัดโรค แมลง การปลูกทุเรียน
มีปัญหา วิธีการเพิ่มผลผลิต การป้องกันกำจัดแมลง
ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และวิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต วิธีแก้ปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีการดั้งเดิมในการแก้ปัญหาการผลิต ส่วนคำแนะนำ GAP มีการนำมาใช้มากในการแก้ปัญหาด้าน
การบันทึกข้อมูล ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และ
ความเหมาะสมของดินกับพืชที่ปลูก ผลการแก้ปัญหาปัญหาการผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การปลูกลองกอง มีปัญหา
การป้องกันกำจัดแมลง
โรค การบันทึกข้อมูล ความเพียงพอของแหล่งน้ำ ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช และความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช วิธีแก้ปัญหา ใช้คำแนะนำ GAP แก้ปัญหาด้าน
ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช และการบันทึกข้อมูล ส่วนด้านการป้องกันกำจัดแมลง การป้องกันกำจัดโรค
ความเพียงพอของแหล่งน้ำ และความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช เกษตรกรจะใช้วิธี GAP ใกล้เคียงกับวิธีดั้งเดิม หรือใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกัน ผลการแก้ปัญหา ปัญหาการผลิตที่เกษตรกรยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คือด้านความเพียงพอของแหล่งน้ำ และ
ความเหมาะสมของการให้น้ำกับพืช ส่วนด้านการป้องกันกำจัดแมลง และการป้องกันกำจัดโรค
ยังมีเกษตรกรประมาณ 1ใน3 ที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้
การปลูกสับปะรด มีปัญหาด้านการป้องกันกำจัดโรค
และแมลง วัชพืช การบันทึกข้อมูล วิธีการเพิ่มผลผลิต วิธีการเพิ่มคุณภาพผลผลิต ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช และ
การวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู
วิธีแก้ปัญหา ใช้คำแนะนำ GAP แก้ปัญหา วิธีการเพิ่มผลผลิต และคุณภาพผลผลิต
ความเหมาะสมของการให้ปุ๋ยกับพืช
การเก็บรักษาให้มีคุณภาพได้นาน และการบันทึกข้อมูล
ส่วนด้านที่ใช้วิธีการดั้งเดิมแก้ปัญหาคือความเหมาะสมของการใช้พันธุ์ เลือกพันธุ์เหมาะสมกับตลาดและพื้นที่
วางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู ผลการแก้ปัญหา ปัญหาการผลิตที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คือการป้องกันกำจัดโรค
รองลงมาคือการป้องกันกำจัดแมลง และการวางแผนการปลูกให้เหมาะกับราคาและฤดู ตามลำดับ
5. ผลลัพธ์จากการทำการเกษตร
ของเกษตรกรปลูกพริกพบว่าเกือบทุกด้านมีเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ยกเว้น
ด้านต้นทุนการผลิต ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ เกษตรกรปลูกมังคุดที่พบว่าส่วนใหญ่ส่งผลกระทบในทางที่ดีขึ้น ยกเว้น ด้านที่เปลี่ยนแปลงในทางลบคือ
เกษตรกรยังมีปัญหาราคาตกต่ำ ผลผลิตด้อยคุณภาพ ผลผลิตปลอดภัยบริโภค ผลผลิตเพียงพอบริโภค รายได้ ราคาขายผลผลิต คุณภาพผลผลิต และผลผลิต เกษตรกรปลูกทุเรียนที่พบว่าส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ยกเว้นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ ได้แก่
ต้นทุนเพิ่มขึ้น ราคาขายผลผลิตต่ำ ผลผลิตเพียงพอบริโภค มีความเสียหายจากราคาตกต่ำ เกษตรกรปลูกลองกอง ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นยกเว้นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ
ได้แก่ ศัตรูพืชระบาด ต้นทุน ราคาขายผลผลิต รายได้ และผลผลิตปลอดภัยเพื่อการบริโภค เกษตรกรปลูกสับปะรด
ผลลัพธ์จาการทำการเกษตรในปัจจุบันของเกษตรกรพบว่าเกือบทุกด้านมีเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ยกเว้น ด้านต้นทุนการผลิต ที่เปลี่ยนแปลงในทางลบ
6.
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับ ใช้ในการปลูกพริกมี
3 ปัจจัย คือ อายุ มีความสัมพันธ์ทางลบระดับปานกลาง (
r=-.415*) ปัจจัยปัญหาการผลิตพืช
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง ( r=.848**) และ ความสำเร็จในการแก้ปัญหา มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง
( r=.839**) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกมังคุด มี 3 ปัจจัย คือ
ปัญหาการผลิตพืช มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง ( r=.963**) ปัจจัยความสำเร็จในการแก้ปัญหา
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง ( r=.871**) และผลลัพธ์มีความสัมพันธ์ทางลบระดับปานกลาง
( r=-.561*) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกทุเรียน
คือ ความคิดเห็นเรื่อง GAP มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง ( r=.349*)
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกลองกอง พบว่าไม่มีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกสับปะรด พบว่ามีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการนำคำแนะนำ
GAP มาปรับใช้ในการปลูกพืช 3 ปัจจัยคือปัญหาการปลูกพืช
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง(r= .815**) ความสำเร็จในการแก้ปัญหา
มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูง(r= .795**) และ
พื้นที่มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลาง(r= .528**)
คำแนะนำ
การปลูกพริก
เกษตรกร
ควรนำ GAPมาปรับใช้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการป้องกันกำจัดโรคแมลง นักส่งเสริม ควรเพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยีGAP ด้านโรคแมลง และให้เหมาะสมกับเกษตรกรช่วงอายุ (26-65ปี) นักวิจัยเพิ่มการทดสอบ
คำแนะนำเรื่องป้องกันกำจัดโรคแมลง
การปลูกมังคุด