การทดลองที่3. การจัดการน้ำในระบบการปลูกพืชที่มีข้าวเป็นพืชหลักพื้นที่แหล่งน้ำในระบบเกษตรผสมผสาน
ทดลองในพื้นที่แปลงทดลองกลุ่มวิชาการ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เปรียบเทียบวิธีการให้น้ำ 3 วิธี คือแบบ sprinkler ท่อพีวีซี แบบ sprinkler ท่อพีอี และแบบสูบรด ในการปลูกพืช 4 ระบบคือ ข้าวโพดหวาน แตงกวา-ข้าว , แตงกวา-ข้าวโพดหวาน-ข้าว, ฟักเขียว-ฟักเขียว-ข้าว และพริก-ข้าว
1. ระบบการปลูกข้าวโพดหวาน-แตงกวา-ข้าว
การผลิตข้าวโพดหวาน
ผลผลิตฝักทั้งเปลือก พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 1,597.4 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,650.7 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,820.0 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,689.4 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบสูบรดมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
ผลผลิตฝักปอกเปลือก พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 1,345.4 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,255.4 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1472.0 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,357.6 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบสูบรดมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนฝักใหญ่ พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 3,160 ฝัก/ไร่ แบบท่อพีอี 2,326.7 ฝัก/ไร่ และแบบสูบรด 3,473.4 ฝัก/ไร่ แต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 2 ปี โดยการให้น้ำแบบสูบรดให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนฝักรวม พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 9,266.7 ฝัก/ไร่ แบบท่อพีอี 9,140.0 ฝัก/ไร่ และแบบสูบรด 8,140.0 ฝัก/ไร่ จำนวนฝักรวม เฉลี่ย 8848.7 ฝัก/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและท่อพีอีมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสดและความสูง พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักต้นสดเฉลี่ย 1,500 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,384 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2,118 กิโลกรัม/ไร่ แต่ละกรรมวิธีให้น้ำหนักต้นสดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง 2 ปี โดยการให้น้ำแบบสูบรดให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ ด้าน ความสูงต้น แต่ละกรรมวิธีให้ความสูงไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือ เฉลี่ย 175.8 เซนติเมตร
น้ำหนักสดวัชพืช พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีน้ำหนักสดวัชพืช 2,798.5 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 3,046.2 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,716.9 กิโลกรัม/ไร่ แต่ละกรรมวิธีให้น้ำหนักสดวัชพืชแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการให้น้ำแบบสูบรดจะมีวัชพืชน้อยกว่าวิธีอื่นๆ (ตาราง 25)
การผลิตแตงกวา
ผลผลิต พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 4,300 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 4,048 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2,096 กิโลกรัม/ไร่ แต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติทั้ง 2 ปี โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีจะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนครั้งเก็บเกี่ยว พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี เก็บเกี่ยวจำนวน 20.0 ครั้ง แบบท่อพีอี 19.8 ครั้ง และแบบสูบรด 18 ครั้ง หรือเฉลี่ย 19.3 ครั้ง/ปี โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและแบบท่อพีอีมีแนวโน้มที่มีจำนวนครั้งการเก็บเกี่ยวสูงกว่าวิธีอื่นๆ
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสด พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักสดต้น 3,780 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 3,900 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2,526 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 3,401.9 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและแบบท่อพีอีมีแนวโน้มที่จะมีการเจริญเติบโตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
น้ำหนักสดวัชพืช พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักสด 851.0 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 761.5 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 478.2 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 697.3 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบสูบรดมีแนวโน้มที่จะมีวัชพืชน้อยกว่าวิธีอื่นๆ (ตาราง 26)
2. ระบบการปลูกพืชแตงกวา-ข้าวโพดหวาน-ข้าว
การผลิตแตงกวา
ผลผลิต พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,071.2 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,528.2 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,171.2 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,590.4 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนครั้งเก็บเกี่ยว พบว่าแต่ละกรรมวิธีมีจำนวนครั้งเก็บเกี่ยวไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 11.1 ครั้ง/ปี
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสด พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักสดต้น 588.5 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 558.0 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 577.0 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 572.9 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีแนวโน้มที่จะมีการเจริญเติบโตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
น้ำหนักสดวัชพืช พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักสด 1,355.4 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,262.3 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,412.7 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,343.5 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและแบบท่อพีอีมีแนวโน้มที่จะมีวัชพืชน้อยกว่าอื่นๆ (ตาราง 27)
การผลิตข้าวโพดหวาน
ผลผลิตฝักทั้งเปลือก พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 2,719 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 2,786 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2,798 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 2,759 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและแบบท่อพีอีมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
ผลผลิตฝักปอกเปลือก พบว่าแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 2,062.9 กิโลกรัม/ไร่
จำนวนฝักใหญ่ พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 5300 ฝัก/ไร่ แบบท่อพีอี 6660
ฝัก/ไร่ และแบบสูบรด 5,240 ฝัก/ไร่ หรือเฉลี่ย 5,733 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีและแบบท่อพีอีมีแนวโน้มที่จะให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนฝักรวม พบว่าแต่ละกรรมวิธีให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 9,953.5 ฝัก/ไร่
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสดและความสูงต้น พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี มีน้ำหนักต้นสด เฉลี่ย 3,326 กิโลกรัม/ไร่ แบบท่อพีอี 4,044 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2,694 กิโลกรัม/ไร่ แต่ละกรรมวิธีมีน้ำหนักต้นสดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง 2 ปี โดยการให้น้ำแบบท่อพีอีมีน้ำหนักต้นสดมากกว่าวิธีอื่นๆ ส่วนความสูงต้น พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีความสูงต้น 198.5 เซนติเมตร แบบท่อพีอี 213 เซนติเมตร และแบบสูบรด 174.5 เซนติเมตร แต่ละกรรมวิธีให้ความสูงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง 2 ปี โดยการให้น้ำแบบท่อพีอีมีความสูงมากกว่าวิธีอื่นๆ
น้ำหนักสดวัชพืช พบว่า แต่ละกรรมวิธีมีน้ำหนักวัชพืชไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 1,549 กิโลกรัม/ไร่ (ตาราง 28)
3. ระบบการปลูก ฟักเขียว-ฟักเขียว-ข้าว
ผลผลิต ในรุ่นที่ 1 และ 2 พบว่าการให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 1,331 และ 2,810 กิโลกรัม /ไร่ แบบท่อพีอี 1,268.8 และ 3,423 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,308 และ2,931 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 1,296.6 และ3,054.5 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ โดยในรุ่นที่2 การให้น้ำแบบท่อพีอี และแบบสูบรดมีแนวโน้มให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนครั้งเก็บเกี่ยว พบว่าทั้ง 2 รุ่น แต่ละกรรมวิธีมีจำนวนครั้งการเก็บเกี่ยวไม่แตกต่างกันทางสถิติ 2 ปี คือเฉลี่ย 8.9 และ 17.2 ครั้ง ใน รุ่นที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสดและความยาวเถา ในรุ่นที่ 1 และ 2 พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักต้นสด 828 และ 870 กิโลกรัม /ไร่ แบบท่อพีอี 1,025 และ 800 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 1,093 และ 830 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 969.95 และ 833 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ โดยในรุ่นที่2 การให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีแนวโน้มให้น้ำหนักต้นสดสูงกว่าวิธีอื่นๆ ส่วนความยาวเถา พบว่าในรุ่นที่ 1 และ 2 การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ความยาวเถา 640 และ 650 เซนติเมตร แบบท่อพีอี 570 และ 600 เซนติเมตร และแบบสูบรด 620 และ 550 เซนติเมตร หรือเฉลี่ย 610 และ 600 เซนติเมตร ตามลำดับ โดยในรุ่นที่2 การให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีแนวโน้มให้เถายาวสูงกว่าวิธีอื่นๆ
น้ำหนักสดวัชพืช ในรุ่นที่ 1 และ 2 การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้น้ำหนักสดวัชพืช 3,417.4 และ 1,468.0 กิโลกรัม /ไร่ แบบท่อพีอี 3,386.5 และ 1508.0 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 3,747.0 และ 738.0 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 3,528.1 และ 1,238.3 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ โดยทั้ง 2 รุ่น การให้น้ำแบบสูบรดมีแนวโน้มให้น้ำหนักสดวัชพืชน้อยกว่าวิธีอื่นๆ (ตาราง 29-30)
4. ระบบการปลูกพืชพริก-ข้าว
ผลผลิต พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 925 กิโลกรัม /ไร่ แบบท่อพีอี 551.8 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 677 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 718.1 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบท่อพีวีซีมีผลผลิตสูงกว่าวิธีอื่นๆ
จำนวนครั้งเก็บเกี่ยว พบว่าแต่ละกรรมวิธีมีจำนวนครั้งเก็บเกี่ยวไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 14.4 ครั้ง
การเจริญเติบโต วัดจากน้ำหนักต้นสด และความสูงต้น พบว่าแต่ละกรรมวิธีมีน้ำหนักต้นสดไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือเฉลี่ย 764.6 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนความสูงต้น พบว่าแต่ละกรรมวิธีมีความสูงต้นไม่แตกต่างกันทางสถิติทั้ง 2 ปี คือ เฉลี่ย 77.2 เซนติเมตร
น้ำหนักสดวัชพืช พบว่า การให้น้ำแบบท่อพีวีซี ให้ผลผลิต 4060.8 กิโลกรัม /ไร่ แบบท่อพีอี 3993.8 กิโลกรัม/ไร่ และแบบสูบรด 2732.6 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 3595.6 กิโลกรัม/ไร่ โดยการให้น้ำแบบสูบรดมีน้ำหนักวัชพืชน้อยกว่าวิธีอื่นๆ (ตาราง 31)
5. ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
5.1 ระบบ ข้าวโพดหวาน-แตงกวา
ต้นทุน ข้าวโพดหวาน มีต้นทุนรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 4,708, 4,535 และ 4,908, บาท/ไร่ แตงกวา มีต้นทุนรวม 8,177 , 7,778 และ 6,417 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีต้นทุนรวม 12,884, 12,313 และ 11,325 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้ ข้าวโพดหวาน มีรายได้รวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 13,174, 13,174 และ 14,380 บาท/ไร่ แตงกวา มีรายได้รวม 21,515 , 20,225 และ 10,480 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีรายได้รวม 34,689 , 33,399 และ 24,860 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้สุทธิ ข้าวโพดหวาน มีรายได้สุทธิรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 8,466 , 8,639 และ 9,472 บาท/ไร่ แตงกวา มีรายได้สุทธิรวม 13,338 , 12,447 และ 4,063 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีรายได้สุทธิรวม 21,804 , 21,086 และ 13,535 บาท/ไร่ ตามลำดับ
สัดส่วนรายได้ต่อต้นทุน ( Benefit Cost Ratio) ข้าวโพดหวานมีค่า BCR ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 2.8, 2.9 และ 2.9 ตามลำดับ แตงกวามีค่า BCR 2.6 , 2.6 และ 1.6 ตามลำดับ รวมทั้งระบบมีมีค่า BCR 2.7 , 2.7 และ 2.2 ตามลำดับ กล่าวคือ ทุกการลงทุน 1 บาท กรรมวิธีที่จะให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือวิธีการให้น้ำแบบท่อ พีวีซี และ พีอี ซึ่งจะให้ผลตอบแทน 2.7 บาทเท่ากัน การให้น้ำแบบท่อพีวีซีและพีอีจึงเหมาะสมที่จะนำไปใช้มากที่สุด (ตาราง 32)
5.2 ระบบ แตงกวา-ข้าวโพดหวาน
ต้นทุน แตงกวา มีต้นทุนรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 7,400 , 6,562
และ 6,165 บาท/ไร่ ข้าวโพดหวาน มีต้นทุนรวม 4,618 , 4,581 และ 4,283 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีต้นทุนรวม 12,017 , 11,143 และ10,448 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้ แตงกวา มีรายได้รวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 9,624 , 7,814 และ 6,414 บาท/ไร่ ข้าวโพดหวานมีรายได้รวมเท่ากันทุกกรรมวิธี 20,629 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีรายได้รวม 30,253 , 28,443 และ 27,043 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้สุทธิ แตงกวา มีรายได้สุทธิรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 2,224 , 1,252 และ 249 บาท/ไร่ ข้าวโพดหวาน มีรายได้สุทธิรวม 16,011 , 16,048 และ 16,346 บาท/ไร่ รวมทั้งระบบมีรายได้สุทธิรวม 18,235 , 17,300 และ 16,595 บาท/ไร่ ตามลำดับ
สัดส่วนรายได้ต่อต้นทุน ( Benefit Cost Ratio) แตงกวา มีค่า BCR ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 1.3 , 1.2 และ 1.0 ตามลำดับ ข้าวโพดหวานมีค่า BCR 4.5 , 4.5 และ 4.8 ตามลำดับ รวมทั้งระบบมีค่า BCR 2.5 , 2.6 และ 2.6 ตามลำดับ กล่าวคือ ทุกการลงทุน 1 บาท กรรมวิธีที่จะให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือวิธีการให้น้ำแบบท่อพีอีและแบบสูบรด ซึ่งจะให้ผลตอบแทน 2.6 บาทเท่ากัน การให้น้ำแบบท่อพีอี และสูบรดจึงเหมาะสมที่จะนำไปใช้มากที่สุด (ตาราง 33)
5.3 ระบบ ฟักเขียว-ฟักเขียว
ต้นทุน ฟักเขียวรุ่นที่1 มีต้นทุนรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 5,241 , 4,792 และ 4,316 บาท/ไร่ ตามลำดับ รุ่นที่2 5,153 , 5,461 และ 4,904 บาท/ไร่ รวม 2 รุ่น 10,393 , 10,253 และ 9,220 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้ ฟักเขียว รุ่นที่1 มีรายได้ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด เท่ากันคือ 5186 บาท/ไร่ ส่วนรุ่นที่2 ระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด ให้รายได้ 10,992 , 12,832 และ12,832 บาท/ไร่ ตามลำดับ รวมทั้ง 2 รุ่น มีรายได้ 16,178 , 18,018 และ 18,018 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้สุทธิ ฟักเขียว มีรายได้รวมรุ่นที่1 ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด -55 , 394 และ 870 บาท/ไร่ รุ่นที่2 5,839 , 7,371 และ 7,928 บาท/ไร่ รวม 5,784 , 7,765 และ 8,798 บาท/ไร่ ตามลำดับ
สัดส่วนรายได้ต่อต้นทุน ( Benefit Cost Ratio) ฟักเขียวรุ่นที่1 มีค่า BCR ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 1.0 , 1.1 และ 1.2 ตามลำดับ รุ่นที่2 มีค่า BCR 2.1 , 2.3 และ 2.6 รวม 1.6 , 1.8 และ 2.0 กล่าวคือ ทุกการลงทุน 1 บาท กรรมวิธีที่จะให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือวิธีการให้น้ำแบบสูบรด รองลงมาคือ ท่อ พีอี และ พีวีซี ซึ่งจะให้ผลตอบแทน 2.0 , 1.8 และ 1.6 บาท ตามลำดับ การให้น้ำแบบสูบรดจึงเหมาะสมที่จะนำไปใช้มากที่สุด (ตาราง 34)
5.4 ระบบ พริก
ต้นทุน พริกมีต้นทุนรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 13,766 , 12,425 และ 13,454 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้ พริกมีรายได้รวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 36,184 , 24,984 และ 24,984 บาท/ไร่ ตามลำดับ
รายได้สุทธิ พริกมีรายได้สุทธิรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 22,418 , 12,559 และ 11,530 บาท/ไร่ ตามลำดับ
สัดส่วนรายได้ต่อต้นทุน ( Benefit Cost Ratio) พริก มีค่า BCR ในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 2.6 , 2.0 และ 1.9 ตามลำดับ กล่าวคือ ทุกการลงทุน 1 บาท กรรมวิธีที่จะให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือวิธีการให้น้ำแบบท่อพีวีซี รองลงมาคือ ท่อพีอีและสูบรด ซึ่งจะให้ผลตอบแทน 2.6 , 2.0 และ 1.9 บาท ตามลำดับ การให้น้ำแบบท่อพีวีซีจึงเหมาะสมที่จะนำไปใช้มากที่สุด (ตาราง 35)
5.5 เปรียบเทียบระบบการปลูกพืชทุกระบบ
ต้นทุน ระบบ ข้าวโพดหวาน-แตงกวา มีต้นทุนรวม 12,174 บาท/ไร่ ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน 11,203 บาท/ไร่ ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว 9,956 บาท/ไร่ ระบบการผลิตพริก 13,215 บาท/ไร่
รายได้ ระบบ ข้าวโพดหวาน-แตงกวา มีรายได้รวม 30,983 บาท/ไร่ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน 28,580 บาท/ไร่ ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว 17,405 บาท/ไร่ ระบบการผลิตพริก-ข้าว 28,717 บาท/ไร่
รายได้สุทธิ ระบบ ข้าวโพดหวาน-แตงกวา รายได้สุทธิรวม 18,808 บาท/ไร่ ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน 17,377 บาท/ไร่ ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว 7,449 บาท/ไร่ ระบบการผลิตพริก 15,502 บาท/ไร่
สัดส่วนรายได้ต่อต้นทุน ( Benefit Cost Ratio) ระบบ ข้าวโพดหวาน-แตงกวา ค่า BCR 2.2-2.7ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน 2.5 - 2.6 ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว 1.6-2.0 ระบบการผลิตพริก 1.9-2.6
6. การใช้น้ำ
ระบบการผลิตข้าวโพดหวาน-แตงกวา ข้าวโพดหวานมีการใช้น้ำในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 289.1 ,915.2 และ 90.7 ลบ.ม/ไร่ แตงกวา มีการใช้น้ำ 115.0 , 387.2 และ 42.4 ลบ.ม/ไร่ รวมทั้งระบบมีการใช้น้ำรวม 404.1 , 1,302.4 และ 133.0 ลบ.ม/ไร่ ตามลำดับ
ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน แตงกวา มีการใช้น้ำในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 229.6, 683.5 และ 68.8 ลบ.ม/ไร่ แตงกวา มีการใช้น้ำ 155.3 , 473.6 และ 56.3 ลบ.ม/ไร่ รวมทั้งระบบมีการใช้น้ำรวม 384.8 , 1,157.1 และ 125.1 ลบ.ม/ไร่ ตามลำดับ
ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว ฟักเขียว มีการใช้น้ำรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด ในรุ่นที่1 299.7 , 811.5 และ 53.2 ลบ.ม/ไร่ และรุ่นที่2 233.5 , 880.0 และ 62.7 ลบ.ม/ไร่ รวม 533.2 , 1,691.5 และ 115.8 ลบ.ม/ไร่
ระบบการผลิตพริก พริกมีการใช้น้ำรวมในระบบการให้น้ำแบบ พีวีซี พีอี และ สูบรด 521.9 , 1,777.3 และ 176.8 ลบ.ม/ไร่
เปรียบเทียบในการให้น้ำทุกระบบ จะพบว่าการให้น้ำแบบสูบรดจะใช้น้ำน้อยที่สุด รองลงมาคือแบบท่อพีวิซี และแบบท่อพีอี ตามลำดับ ในระบบการปลูกพืชข้าวโพดหวาน-แตงกวา ,แตงกวา-ข้าวโพดหวาน,ฟักเขียว-ฟักเขียว และ พริก มีการใช้น้ำ แบบสูบรด 133.0 , 125.1 ,115.8 และ 176.8 ลบ.ม/ไร่ แบบท่อพีวีซี 404.1 , 384.8 , 533.2 และ 521.9 ลบ.ม/ไร่ แบบท่อพีอี 1,302.4 , 1,157.1 , 1,691.5 และ 1,777.3 ลบ.ม/ไร่ ตามลำดับ (ตาราง 36)
7. ผลผลิตข้าว
ระบบการผลิตข้าวโพดหวาน-แตงกวา ผลผลิตข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 พบว่าปี 2544/2545 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 180 กิโลกรัม/ไร่ ปี2545/2546 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 250 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 2 ปี 215 กิโลกรัม/ไร่
ระบบการผลิต แตงกวา-ข้าวโพดหวาน ผลผลิตข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 พบว่าปี 2544/2545 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 220 กิโลกรัม/ไร่ ปี2545/2546 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 220 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 2 ปี 220 กิโลกรัม/ไร่
ระบบการผลิตฟักเขียว-ฟักเขียว-ข้าว ผลผลิตข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 พบว่าปี 2544/2545 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 213 กิโลกรัม/ไร่ ปี2545/2546 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 290 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 2 ปี 251.5 กิโลกรัม/ไร่
ระบบการผลิต พริก-ข้าว ผลผลิตข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 พบว่าปี 2544/2545 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 260 กิโลกรัม/ไร่ ปี2545/2546 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 240 กิโลกรัม/ไร่ หรือเฉลี่ย 2 ปี 250 กิโลกรัม/ไร่ (ตาราง 37)
ตาราง 25 ผลผลิตข้าวโพดหวานที่ให้น้ำแบบต่างๆในระบบข้าวโพดหวาน-แตงกวา-ข้าว
|
กรรมวิธี |
ผลผลิตฝักทั้งเปลือก กก./ไร่ |
ผลผลิตฝักปอกเปลือก กก./ไร่ |
||||
|
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
|
|
พีวีซี |
966.7c |
2,228 |
1,597.4 |
838.7b |
1,852 |
1,345.4 |
|
พีอี |
1,153.3b |
2,148 |
1,650.7 |
838.7b |
1,672 |
1,255.4 |
|
สูบ |
1,380a |
2,260 |
1,820.0 |
1080.0a |
1,864 |
1,472.0 |
|
เฉลี่ย |
1,166.7 |
2,212 |
1,689.4 |
919.1 |
1,796 |
1,357.6 |
|
sig CV |
.004** 16.7 |
.549 ns 5.8 |
|
.008** 14.7 |
.329 ns 13.4 |
|
**ค่าเฉลี่ยที่ตามด้วยตัวอักษรที่เหมือนกันไม่แตกต่างกันทางสถิติโดยวิธี DMRT ที่ระดับความเชื่อมั่น 99 %
ns ค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันทางสถิติ
ตาราง 25 ผลผลิตข้าวโพดหวานที่ให้น้ำแบบต่างๆในระบบข้าวโพดหวาน-แตงกวา-ข้าว (ต่อ)
|
กรรมวิธี |
ฝักใหญ่ ฝัก/ไร่ |
ฝักรวม ฝัก/ไร่ |
น้ำหนักต้นสด กก./ไร่ |
ความสูงต้น ซม |
น้ำหนักสดวัชพืช กก./ไร่ |
||||||||||
|
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
ปี2545 |
ปี2546 |
เฉลี่ย |
|
|
พีวีซี |
1,400b |
4,920a |
3,160.0 |
9,333.3a |
9,200 |
9,266.7 |
1,280b |
1,720b |
1,500 |
1,64.8 |
177.6 |
171.2 |
2,672b |
2,925b |
2,798.5 |
|
พีอี |
1,533.3b |
3,120b |
2,326.7 |
9,000a |
9,280 |
9,140.0 |
1,440b |
1,328b |
1,384 |
1,71.8 |
175.0 |
173.4 |
3,462.4c |
2,630b |
3,046.2 |
|
สูบ |
2,666.7a |
4,280ab |
3,473.4 |
7,000b |
9,280 |
8,140.0 |
2,020a |
2,216a |
2,118 |
1,89.4 |
176.4 |
182.9 |
1,420.8a |
2,013a |
1,716.9 |
|
เฉลี่ย |
1,866.7 |
4,107 |
2,986.9 |
8,444.4 |
9,253 |
8,848.7 |
1,580 |
1,755 |
1,667.5 |
1,75.3 |
176.3 |
175.8 |
2,518.4 |
2,523 |
2,520.7 |
|
Sig CV |
.005** 35.5 |
.046* 24.7 |
|
.000** 13.4 |
.894 ns 1.1 |
|
.003** 23.2 |
.004** 18.8 |
|||||||